คัมภีร์มหาโกง Home | Profile | Archives | Friends
หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง

คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 1 เรื่องบังเอิญกับเจ้านายเอื้ออาทรณ์2007-Jul-14

แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน

12 กุมภาพันธ์ 2550

เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------
ตอนที่ 1 เรื่องบังเอิญกับเจ้านายเอื้ออาทรณ์

  "ปีนี้บริษัทของเรา กำไรได้ทั้งหมด ห้าพันสองร้อยล้าน (5,200,000,000.00) บาท"

   สิ้นเสียงผู้บริหารของการประชุมพนักงานประจำปีบริษัท Best Com THAILAND  ทุกคนต่างปรบมือ ชัยโย โห่ร้อง ออกมาด้วยความปิติ ที่นี้พนักงานต่างทุมเทให้กับองค์กรโดยเฉพาะพนักงานดีเด่นอย่าง

   พี่จิ๋ม?

   พี่จิ๋มเป็นบุคคลหนึ่งที่ทำงานที่นี้มาแล้วรวม 7 ปี กว่า ถ้ารวมอายุการทำงานในที่อื่นๆรวมกันก็เกือบ 10 ปี จากประสบการณ์ทำให้เธอรู้ว่าต่อให้งานหรือเงินเดือนดีแค่ไหนก็คงไม่ได้เจ้านายดีอย่างที่นี้แน่ๆ พี่จิ๋มเป็นอย่างทุกวันนี้ได้เพราะเจ้านายเธอ  ไม่งั้นชีวิตของเธอคงลำบากอาจจะเสียบ้านและการดูแลแม่อาจจะไม่ได้อย่างทุกวันนี้

   ประวัติการศึกษาของพี่จิ๋มจบจากสถาบันที่ได้ขึ้นชื่อว่าเก่งด้าน IT แห่งหนึ่งของประเทศ เธอจบด้วยเกรดที่มากกว่า 3.00 ขึ้นไป พี่จิ๋มทำงานด้าน IT เกี่ยวกับพวก Hade Ware ถนัดเรื่อง Net Work (การเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ดูแลเรื่องความปลอดภัยของระบบ)

   ทุกคนย่อมมีประสบการณ์ที่ที่ดีและไม่ดีเสมอ ไม่ว่าเรื่อง เพื่อน ครอบครัว การเงิน ความรัก หรือการทำงาน พี่จิ๋มเองก็เช่นกันเธอทำงานบริษัท Best Com THAILAND เป็นแห่งแรก เพราะที่นี้ชื่อเสียงดี ฝันเป็นจริงเธอได้ทำงานที่นี้ตามที่ตัวเองคาดหวัง งานของเธอก็ราบรื่นพี่ที่ทำงานก็สอนเธอเรื่องงานดีเพื่อนร่วมงานก็ดูเป็นมิตร เมื่อเธอทำงานได้ประมาณ 5 ปีกว่า อยู่ๆมาวันหนึ่งก็มีฝ่ายบุคคลของบริษัท High Best Food มีชื่อเสียงด้านอาหารมาติดต่อเธอให้ร่วมงานด้วย เนี่องจากที่นี้ขาดพนักงานด้าน IT

   จากตอนแรกเธอเองก็บายเบี่ยงและงงเพราะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าไปสมัครงานตั้งแต่เมื่อไร แต่พนักงานฝ่ายบุคคลได้รับการอบรมมาอย่างดี สามารถเกลี่ยกล่มให้เธอคุยต่อได้ และมีสิ่งที่น่าสนใจว่า ที่ทำงานที่นี้มีสิ่งดีๆให้พี่จิ๋มเช่นมีสวัสดิการชั้นยอดมาก มีการส่งพนักงานดูงานเมืองนอก มีห้องอาหารราคาถูกเพื่อพนักงานที่สำคัญเรื่องเงินเดือน ที่นี้บอกขอเสนอไว้ท้ายสุดแต่เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุด
   
   ในที่สุดฝ่ายบุคคลก็ทำให้พี่จิ๋มยอมรับและได้นัดคุยกันที่บริษัท High Best Food ในวันอื่นถัดมาและเธอเองก็ได้รับการสัมภาษณ์คงเหมือนทั่วๆไปคือ อาจจะมีสัมภาษณ์รอบสอง ถ้าประวัติการทำงานตรงกับจุดประสงค์ที่ทางบริษัทต้องการและแล้วจะติดต่อกลับไป

   พี่จิ๋มเองไม่ได้คิดอะไรเพราะถือว่านั้นเป็นโอกาสในชีวิตของคนเราที่เลือกได้ แม้ว่าที่ทำงานเก่ายังไม่ได้แย่มากในสายตาเธอ หากแต่กิเลสทุกคนย่อมมีเวลาผ่านไปได้สัก 1 เดือน เธอลืมเรื่องการสัมภาษณ์ที่บริษัทใหม่เสียแล้ว อาจเป็นเพราะคุณสมบัติไม่ตรงกับที่บริษัทต้องการก็ได้

   แต่สิ่งหนึ่งตัวเธอเองได้แปลกใจกับทำงานเธอได้เปลี่ยนไป เธอสงสัยว่าเวลาเธอทำงานเดี๋ยวนี้ทำไมชอบพลาดได้อย่างไรเพราะทุกอย่างเป็นสเตปเหมือนเดิม เธองงมากและจะมีผู้ใช้ระบบของเธอร้องเรียนมายังเธอมากขึ้น พี่จิ๋มได้แต่คิดทำไม ๆพวกเขาเป็นอะไร เวลาเธอพูดอะไรผิดนิดผิดหน่อยก็ไม่ยอม แถมเวลาเธอทำพลาดทุกคนพร้อมกันกระจายเสียง หรือซื้อของอะไรมาทานที่บริษัทก็ไม่มีใครยอมทานด้วยแถมยังดูถูกเธอว่ากระจอก พี่จิ๋มงงมาก.... กับชีวิต เธอทำอะไรผิดเธอจะพึ่งใครได้หากเจ้านายที่ใจดี

 
บังเอิญไปคุมงานที่ต่างประเทศ 



   ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกรรมดังศาสนาที่ได้สอนไว้ คนเราเมื่อมีทุกข์ก็ย่อมมีสุขได้เช่นกัน เธอเป็นคนหัวแข็งเธอคิดว่าเธอไม่ได้ทำอะไรเสียหายและเธอไม่ก้มหัวให้เพื่อนร่วมงาน เพราะเธอไม่คิดว่าเธอผิดแต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ พี่จิ๋มเป็นคนชอบทำบุญและนั้นทำให้สวรรค์รักเธอ
  
   เสียงเพลงคลายเหงาที่เธอชอบได้โหลดลงมือถือเก็บไว้ ได้ดังขึ้น
   ไม่น่าเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง เมื่อพี่จิ๋มรับสายแล้วรู้ว่านั้นคือฝ่ายบุคคลของบริษัท High Best Food ที่เคยไปสัมภาษณ์เมื่อเดือนก่อน

  "สวัสดีค่ะพี่จากบริษัท High Best Food ที่คุณจิระพันธ์เคยมาสัมภาษณ์เมื่อวันที่ xx เดือน xx จำได้ไหมค่ะ"

  "จำได้ค่ะ" พี่จิ๋มนึก ความหวังมันเป็นเช่นนี้นี่เองเหมือนกับบ่อน้ำที่อยู่ข้างหน้าในขณะที่คุณกำลังหิวกระหาย

    "คือว่าทางหัวหน้าพี่ได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว และสนใจอยากให้คนมีความสามารถมาร่วมงานกับเรา ถ้าหากคุณจิระพันธ์สนใจก็อย่าให้มาคุยรายละเอียดและข้อตกลงของบริษัทค่ะ"    เสียงฝ่ายบุคคลช่างอ่อนหวานกับหัวใจพี่จิ๋มมากในขณะนั้น
     
   พี่จิ๋มไม่จำเป็นต้องเล่นตัวแล้วเพราะเธอมาถึงทางตัน เธอเครียดจากสภาพแวดล้อมนี้ไม่มีทางออกให้เธอแล้ว เธอรับนัดครั้งที่สองเพื่อคุยกันหัวหน้างานของเธอและแล้ววันนั้นก็มาถึง เธอคุยและตกลงเรื่องเงินเดือนแม้ว่าอาจจะไม่ได้มากเท่าเหมือนที่คุยไว้ครั้งแรก แต่ก็ได้มากกว่าที่เก่า
  
   สวรรค์ทรงโปรดช่างบังเอิญจริงๆ นี้ล่ะมั้งความที่เธอชอบทำบุญทำให้มีทางออกเสมอ พี่จิ๋มยื่นใบลาออกกับหัวหน้าหน่วยอีกคนแม้ว่าหัวหน้าฝ่ายที่คุมเธอไม่อยู่ เธอทนทำงานในสภาพแวดล้อมนี้ไปอีก 2 อาทิตย์

   วันวานอันขมขื่นได้ฉันใดวันนี้อาจเป็นวันหวานได้ฉันนั้น เธอพักผ่อนต่ออีก 2 อาทิตย์
  
    
  บังเอิญหัวหน้างานของเธอได้โทรมา


 "ฮัลโหลน้องจิ๋มหรือเปล่า ทำไมน้องจิ๋มลาออกไม่บอกพี่ก่อนสักคำ"

    น้องจิ๋มพอได้ฟังเสียงหัวหน้าก็ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรเล่าเหตุการณ์ที่เธอประสบ งงกับเพื่อนร่วมงานของเธอว่าทำไมเปลี่ยนไป

     "ใจเย็นๆน้องจิ๋ม คงมีการเข้าใจผิดอะไรกันเพราะพี่ถามที่นี้ก็บอกว่า พี่จิ๋มเปลี่ยนไปอยู่ๆก็เครียดไม่พูดจาแล้วก็ลาออกไป น้องจิ๋มมีปัญหาเรื่องแฟนหรือทางบ้านหรือเปล่า" พี่หัวหน้าเหมือนดังพี่ชาย ปลายเสียงเป็นเสียงประดุจแห่งความห่วงใยน้องสาวคนหนึ่ง

   "ไม่ค่ะพี่ ไม่มีอะไร อยู่แล้วไม่สบายใจก็ลาออกมาแค่นั้นเอง ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะค่ะที่ลาออกโดยบอกพี่ไม่ได้" เสียงเธอยังคงสะอื่น

    "เห้อออ....."  เสียงของพี่ชายลากยาวมาบ่งบอกถึงความท้อแท้

     "เอายังงี้ล่ะกันพี่ว่ามันยังเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใจกันมากกว่า แต่ไม่ว่ายังไงน้องก็ลาออกแล้วถ้ามีปัญหาอะไรปรึกษาพี่ได้เสมอนะ ถึงยังไงพี่ก็ยังเหมือนเดิมกับน้องอยู่ หากไปที่อื่นไม่สบายใจพี่ก็ยังต้อนรับน้องนะ ไปที่ใหม่ก็ขอให้โชคดีล่ะกันพี่ก็คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ"

   "ค่ะ ขอบคุณค่ะ" การสนทนาของพี่ชายและน้องสาวได้จบลง แต่หนทางของชีวิตเธอยังต้องเดินต่อไป

   ชีวิตใหม่มาถึงที่ใหม่ของเธอก็เหมือนทั่วๆไป แรกๆไม่คุ้นก็เงียบพอนานไปก็เริ่มสนิทไปกินข้าว ดูหนัง ทำกิจกรรมบ้างเหมือนทั่วๆไป แต่สิ่งหนึ่งคือความไว้ใจเรื่องคนของเธอเปลี่ยนไป อาจจะไม่ถึงขนาดระแวงแต่ก็คงไม่มองโลกในแง่ที่สดใสอย่างเก่า ที่นี้บางคนก็รู้สึกรังเกียจเธอไม่ค่อยคุยกันเธอหรือเธอคิดไปเอง อาจเป็นเพราะการปรับตัวกับที่ทำงานยังต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่เธอว่าที่นี้บรรยากาศไม่เหมือนที่ทำงานเก่าอย่างตอนแรกเลยที่นี่แย่มากทำงานเป็นทีมไม่เป็น พยายามตรวจสอบขุดคุ้ยเรื่องไม่ดีอีกฝ่ายมาแฉ บางทีเธอมองเป็นเรื่องส่วนตัวด้วยซ้ำ เธออยากจากลาออกแต่คงต้องทนอาจจะต้องปรับตัวแล้วอะไรๆคงจะดีขึ้น

   ไม่น่าเชื่อเธอทนได้เกือบ 2ปีกว่าเธอแกร่งจริงๆ เหมือนหนีเสือปะจระเข้แต่จะให้ทำอย่างไรต้องผ่อนบ้านและแม่ที่ต้องเลี้ยงดู ไม่น่าเชื่อสังคมมันเลวขนาดนี้หรือแต่ก็ไม่อยากคิด เพราะคิดว่าไปที่ไหนก็คงเหมือนกัน เธอทำงานไปวันๆขอให้มีเงินเดือนเลี้ยงดูตัวเองและแม่ก็พอ

   วันหนึ่ง มีเสียงตามสายจากหัวหน้าเก่าของพี่จิ๋ม
    "จิ๋มเป็นอย่างไรพี่ไม่ค่อยว่างเลย พอดีคิดถึงน้องมาก" เสียงยังเหมือนเดิมมีแต่หัวหน้าคนเดิมเท่านั้นที่เธอไว้ใจ

   
  บังเอิญจัง เธอคิด 


"ก็เหมือนเดิมล่ะค่ะว่าแต่พี่โทรมาได้ไงค่ะ"
ไม่คิดว่าหัวหน้าจะโทรไปเพราะโทรไปหัวหน้าไม่รับสาย ถึงรับก็บอกงานยุ่งเสมอ

"เปล่าไม่มีอะไรหรอกพี่ว่าตั้งแต่น้องออกไป คนเก่าทำงานไม่ได้เรื่องเลยคนใหม่รับเข้ามาก็สู้เธอไม่ได้น้องจิ๋มเปลี่ยนใจมาหาพี่ยัง"

"จริงหรือค่ะ แล้วตอนนี้เพื่อนที่ทำงานสบายดีกันหรือเปล่า"

"พวกนั้นเหรอเขาออกตามน้องกันหมด พี่เบื่อจริงๆตอนนี้ยุ่งมากอยากได้ใครสักคนมาช่วยงานน้องไม่สงสารพี่เหรอ งานที่นั้นเป็นอย่างไรบ้างสนุกกว่าที่เก่าไหม"

"ที่เก่าดีกว่าค่ะแบบว่าที่งานก็เรื่อยๆค่ะ ว่าแต่ทำไมเพื่อนที่ทำงานถึงออกกันค่ะ?"

"ไม่รู้เหมือนกันพี่ยังกลัวโดนเพ่งเล็งเลยว่าทำไมลูกน้องในทีมออกกันมาก อยากได้คนที่ไว้ใจมาทำงานกันมากกว่า"

"ยังไงก็ขอเวลาคิดหน่อยนะค่ะ เข้าๆออกๆ รู้สึกไม่ค่อยดี"

ถึงพูดว่าขอคิดแต่จริงๆพี่จิ๋มไม่ได้คิดเพราะที่นี่แย่กว่าที่เดิมอีก พี่จิ๋มเลยตัดสินใจขอลาออกจากงานอย่างน้อยถึงกลับไปก็ไม่ต้องเจอคนเดิมก็ยังดี เธอทำงานต่ออีก 30 วันเพื่อสะสางงานที่ค้างไว้ให้เสร็จ

เมื่อพี่จิ๋มกลับมายังที่ทำงานเดิมก็กลัวว่าจะโดนเพ่งเล็งหาว่าเจอใหม่ให้เงินเดือนเยอะกว่าแล้วก็ไป แต่ไม่มีอะไรที่น่ากลัวเพราะบ้านหลังนี้ใจกว้างยินดีต้อนรับทุกคน แต่สิ่งหนึ่งที่พี่จิ๋มอาจจะเสียโอกาสไปบ้างคือเงินเดือนถ้าอยู่นานการขึ้นเงินเดือนคงดีกว่านี้และโอกาสการเลื่อนตำแหน่งจะก้าวหน้ากว่านี้ อันเป็นเรื่องที่หัวหน้าชอบพูดทีเล่นที่จริงกับเธอเสมอว่า ไม่น่าใจร้อน

ไม่เป็นไรเสียเงินไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยได้งานที่ทำแล้วสบายใจและเธอไม่คิดจะไปสมัครงานที่ไหนอีกเลย

ในที่สุดความสำเร็จก็มาถึงพี่จิ๋มได้เป็นพนักงานดีเด่น ใครว่ากล่าวที่ทำงานเธอหรือหัวหน้าเธอไม่ได้เลยพี่จิ๋มสู้ขาดใจ แน่นอนเธอเป็นคนดีคนกตัญญูเป็นคนรู้จักบุญคุณคน พี่จิ๋มโชคดีที่ได้หัวหน้าอย่างนี้ใครจะมาโชคดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

 

.

.

.

.

.

.

ในวันหนึ่งมีงานเลี้ยงรุ่นของโรงเรียนแห่งหนึ่ง บางคนเป็นหัวหน้าบริษัท Best Com THAILAND บางคนเป็นผู้บริหาร บริษัท High Best Food และยังมีบริษัทอื่นๆอีก กินข้าว เต้นรำด้วยกัน มีสาวสวยมาบริการร่วมฉลองกับความสำเร็จในชีวิตในหน้าที่การงาน

แต่จะมีใครรู้บ้างว่าเบื้องหลังพวกเขาทำงานกันอย่างไร?


บังเอิญตรงกับชีวิตคุณหรือคนรอบข้างคุณไหม?

----------- บทสรุป (แก้ไข 05/05/2550)-------------
  
   ขงเบ้งอยากได้เบ้งเฮ็กมาอยู่ฝ่ายตนเลยซื้อใจด้วยการจับแล้วปล่อยถึงเจ็ดครั้งในการทำศึก

   คนบางคนในที่ทำงานก็อยากได้ลูกน้องที่ยึดมั่นในองค์กรตนจึงพยายามจับให้ผิดแล้ววางแผนให้ลูกน้องอยู่องค์กรตนให้ได้ แต่บางครั้งบางองค์กรมีผู้บริหารบางคนบ้านิยาย วรรณกรรมมาก จนไม่ดูสถานการณ์หรือบุคคลว่าเป็นอย่างไรคิดว่าสถานการณ์หนึ่งจะใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา

   บางคนอยากได้ลูกน้องที่ไม่ทิ้งองค์กรซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของหัวหน้าในองค์กร แต่ผู้เขียนอยากให้ผู้อ่านพิจารณาว่าวิธีที่ทำนั้นถูกต้องหรือไม่?

     ต้องขออภัยจริงๆผู้เขียนเข้าใจผิดเกี่ยวกับค่าชดเชย ขอขอบคุณผู้เตือนที่ให้ผู้เขียนเข้าใจอย่างถูกต้อง ผู้อ่านอ่านเรื่องค่าชดเชยได้จาก
www.google.co.th พิมพ์คำว่า  "ค่าชดเชย" มีให้อ่านเยอะครับ

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย
http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome และ http://my.dek-d.com/madeinthailand เหมือนกันหมดครับ
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

     ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน

* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้

Post Comment

Entry 24 of 24
Last Page | Next Page