คัมภีร์มหาโกง Home | Profile | Archives | Friends
หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง

คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 2 เรื่องฉันโดนขู่ฉันไม่ได้บ้า2007-Jul-14

แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน

18 กุมภาพันธ์ 2550

เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------
ตอนที่ 2 เรื่องฉันโดนขู่ฉันไม่ได้บ้า

 

    "ก็บอกแล้วไง ว่าเขาขู่ ฉันโดนขู่ โดนขู่ ถึงอย่างไรฉันก็ไม่ยอมความ" เธอกล่าวพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมากอย่างไม่หยุด ในขณะช่างถาพค่อยๆซูมไปยังดวงตาเธอที่แดงก่ำ ผ่านสายตาของผู้ชมจากทางบ้าน

 

    "แต่คุณสมชายบอกว่าไม่เคยขู่คุณเลยนะครับ เอ้าคุณสมชาย คุณว่าอย่างไรบ้าง" พิธีกรชื่อดังกล่าวเสร็จพร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าให้เธอ ฝ่ายหนึ่งมองหน้าเธอที่ ด้วยดวงตาที่เห็นใจพร้อมกล่าวว่า

 

    "ผมเห็นใจคุณนะครับ แต่ลองคิดดูสิครับใครจะกล้าทำแบบนี้ คดีก็ออกดังลงหน้าหนังสือพิมพ์ถึงอย่างไรผมก็ขอยืนยันด้วยเกียรติทนายความ 10 ปี ของผมว่าผมไม่เคยขู่ ให้ผมไปสาบานวัดไหนก็ได้"

 

    ตุ้บ (เสียงทุบโต๊ะ ดังมาก) ทั้งห้องส่งเงียบ

    "ใช่สิ ใครจะไปสู้ได้ละ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ลองมาเป็นฉันสิ ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย"

 

    พิธีกรเห็นว่าคงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทนายความตัวแทนผู้ถูกกล่าวหามองไปทางพิธีกรด้วยความอึดอัดใจ

    "เอาอย่างงี้ถ้าคดีนี้เรื่องเป็นอย่างไรไว้มาว่าต่ออีกทีนะครับ ตอนนี้เวลาหมดแล้ว รายการคุ้ยขึ้นมาแฉขอจบรายการเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ"

 

    เพลงประกอบรายการดังขึ้นทางทีวี แต่เสียงของหญิงสาวก็ยังร้องดังในห้องส่งและนี้คือเรื่องราวของเธอคนนี้
  
 อุษาณีย์เป็นแม่บ้านที่มีลูกสาวอยู่หนึ่งคน เมื่อก่อนครอบครัวเธอมีความสุขมากอยู่กันพร้อมหน้า พ่อ แม่ ลูก แต่วันนี้ไม่เป็นดังเมื่อวานแล้ว เพราะหัวหน้าครอบครัวเธอโดนอุบัติเหตุจากคนเมาแล้วขับ แถมคนขับเป็นถึงดาราที่รูปหล่อและขวัญใจของลูกสาวเธอเอง

 

    ชีวิตจริงกับละครย่อมไม่เหมือนกัน ลูกสาวเธอได้รู้ซึ้งถึงดาราคนนั้นแล้วว่าพยายามจะให้ครอบครัวของเธอยอมความ และไม่เอาเรื่องโดยให้เงินจำนวนหนึ่งสำหรับครอบครัวระดับล่างที่แม่ไม่มีรายได้ พ่อเป็นเพียงผู้รับจ้างได้เดือนหมื่นกว่าบาท

 

    "ไม่เอา ฉันไม่ยอม อย่างไรฉันก็ไม่ยอม สามีฉันไม่ใช่สินค้าที่จะเอาเงินมาฟาดหัวฉันได้ พวกคุณต้องชดใช้ที่เมาแล้วยังขับรถอีก" อุษาณีย์กล่าวพร้อมยืนกรานต่อหน้าทนายความ

 

    "แต่คนก็ตายไปแล้วนะครับ อีกอย่างเราก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ เชื่อผมเถอะ เราช่วยได้เท่าที่ทำได้ ถึ....ง"

 

    "ไม่.... เอาพ่อหนูคืนมา" เสียงลูกสาวที่กำลังเรียนชั้นม.ปลาย พูดเสร็จเธอนำเทปที่เคยซื้อไว้ของดารารูปหล่อที่หลงใหลทิ้งถังขยะทันที

 

    ทนายความเห็นท่าไม่ดีก็เลยขอตัวกลับ "วันหลังผมมาใหม่ครับ และอยากให้คิดนิดหนึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ สวัสดีครับ"

 

    "ฉันไม่ส่งนะ" เธอพูดแบบไม่หันมามองทนายความเลย

    งานศพของสามีมีกำหนดสวดสามวัน
    วันแรก มีดารา และเพื่อนดารามามากมาย คนทุกคนก็พยายามพูดกับภรรยาของผู้ตายว่า ช่วยหน่อย ไม่มีใครหรอกที่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ แต่เธอยืนกรานว่า
 "ไม่"
  
    วันที่สอง ก็มีเพื่อนของลูกสาวมางาน ทุกคนก็ปลอมโยนให้กำลังใจ และทุกคนให้กำลังใจแม่เธอว่า ดารายังไงก็ผิดเพราะเมาแล้วไม่ควรขับรถสักหน่อย อย่าถือว่าเป็นดาราแล้วทำอะไรตามใจชอบได้ แน่นอนแม่ของลูกสาว ยืนกรานว่า
 "ไม่ยอมความ"
  
    วันที่สาม มีป้าคนหนึ่งมาหาเธอ เธออ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์แล้วสงสารเธอ เธอเลยอยากให้กำลังใจคุณอุษณีย์
    "ลูกเอ่ย มีลูก มีเต้าไหมจ๊ะ" ป้าถามคุณอุษณีย์
    "หนึ่งคนค่ะ คนที่กำลังเสริฟน้ำให้แขกคะ คุณป้า ขอบคุณที่มางานนะคะ" เธอตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างน้อยแม้ไม่รู้จักกันก็ยังมีน้ำใจมางาน
    "ป้าเป็นห่วงหนูนะ คนเขามีอิทธิพลกลัวหนูจะลำบาก"
    "ไม่เป็นไรคะป้า หนูสู้แน่นอน หนูจะไม่ยอมแพ้หรอก" เธอกล่าวอย่างเสียงแข็ง
    "แต่ป้าเป็นห่วงจะ หนูก็รู้นะ ธุรกิจเขาใหญ่โต เขาแกล้งหนูได้นะ อีกอย่างถึงหนูสู้ไปก็ไม่ชนะหรอก ถึงหนูไม่ห่วงตัวเองก็ห่วงพ่อ แม่ ลูกสาวด้วยสิ"
  
     เธออึ้งไปสักพักที่ป้าพูดถึง พ่อ แม่ และลูกสาวของเธอ

    "ไม่เป็นไรค่ะ ถึงอย่างไร หนูแน่ใจว่าลูกสาวหนูเข้มแข็ง ส่วนพ่อ แม่หนูต้องเข้าใจ"

    ป้าได้แต่มองอุษณีย์ด้วยสายตาเป็นห่วง "โถ่ ลูก คนเราเดินเจอตอ จะไปชนให้เจ็บทำไม"

    ไม่ว่าป้าพูดอย่างไร อุษณีย์ก็ยังยืนกรานว่าสู้ขาดใจ แม้ว่าในใจจะกลัวเพราะห่วงลูกสาวเธอที่ยังเด็กไม่รู้จักโลกอย่างแท้จริง

 

    "งั้นป้าลานะ รักษาเนื้อ รักษาตัวนะลูก"

    "ขอบคุณค่ะ ป้า"


    สามวันผ่านไปด้วยดีสำหรับงานศพแต่
  
    วันต่อๆมา ลูกสาวของเธอได้ร้องไห้ หาเธอ พร้อมกล่าวว่ามีผู้ชายแปลกหน้าเดินตามเธอมาตลอดทางเวลากลับบ้าน เลยให้เพื่อนผู้ชายในห้องมาส่งกันเป็นกลุ่ม
    ผู้เป็นแม่ไม่คิดว่าลูกสาวของเธอจะโดนขนาดนี้ แต่เธอยังไม่ยอมแพ้ เธอไม่เชื่อว่าคนเราจะทำได้ถึงขนาดนี้ เธอไม่คิดว่าคนที่ใหญ่กว่าจะรังแกเด็กได้ เธอเลยบอกว่าให้ลูกสาวไปอยู่กับพ่อแม่เธอก่อนแล้วให้หยุดการเรียนไว้จนกว่าเรื่องจบ
  
    แล้ววันนั้นมาถึงวันที่เธอได้เจอกับตัวเอง
    ไม่ว่าเธอเดินไปทางไหนก็จะมีคนตามมา เธอปรึกษาเพื่อนทุกคนก็บอกว่าเธอคิดไปเอง แต่เธอยืนยังว่าจริง
  
    ไม่ว่าเธอจะเดินเที่ยวซื้อของกลับบ้าน หรือนั่งทานข้าวจะมีคนคุยแต่เรื่องซ้ำๆ ประโยคหมุนเวียนเดิมๆ เธอปรึกษาเพื่อนทุกคนก็บอกว่าเธอคิดมาก เครียดคิดไปเองควรพบจิตแพทย์
  
    เธอเชื่อผู้หวังดีและพบจิตแพทย์ หมอบอกว่ามันเกิดขึ้นเองได้ขอให้เธอทำใจสบายๆ อาจเป็นเพราะความเครียดเรื่องสามีเธอก็ได้ หมอให้ยาพร้อมทั้งบอกให้เธอทำใจให้สบายๆ อย่าไปคิดมากแล้วนัดมาเจออีกทีอาทิตย์ต่อไป

 

    ถ้าเธอคิดไปเองก็คงดีแต่ความรู้สึกว่าเหมือนมีใครคอยตามเธอ บางทีเดินห้างเจอคนนี้ไปหาเพื่อนก็เจอแต่คนเดิมที่เคยเดินตามนั้นคือความบังเอิญหรือ? บางทีเธอทานข้าวมีข้างโต๊ะคุยถึงลูกสาวที่โดนข่มขืนบ้าง คุยถึงข่าวฆ่ายกครอบครัวบ้าง จนบางทีจิตเธอหลอนต้องโทรไปหาพ่อแม่เธอเพื่อตรวจสอบถึงลูกสาว

 

    ปรึกษาเพื่อนหรือจิตแพทย์ก็บอกว่าเรื่องคนอื่นจะไปเก็บมาคิดทำไม เราก็อย่าไปฟังยิ่งไปสนใจยิ่งเครียดมาก
    "ต้องรู้จักปล่อยวาง"

 

    แต่เธอยังเป็นคนและทนไม่ได้จึงเขียนจดหมายไปหาพิธีกรและขอพบเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เธอและทนายความของดาราจึงได้เจอกันเรื่องทั้งหมดจึงเป็นแบบนี้

 

    หลังจากที่ออกรายการทุกคนก็ให้กำลังใจเธอว่าอย่าไปยอมความขอให้เธอสู้ แต่อยู่มาวันหนึ่งมีข่าวลงหน้าหนังสือพิมพ์ว่า


    คุณอังคณา xx คุณครูของโรงเรียนบ้างแสงทิพย์ วิทยา โดนผู้ก่อการร้ายยิงตายขณะที่กำลังสอนหนังสือที่ภาคใต้

 

   "โอ้ คุณพระช่วย" ชื่อเดียวกับลูกสาวของเธอหรือเธอคิดไปเองเหมือนที่หมอพูด อยู่ๆมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาข้างโต๊ะ

 

    "แก ดูนี้สิ คนสมัยนี้ใจร้ายเหลือเกินฆ่าแม้แต่คุณครู ครูอังคณาต้องตาย(เสียงดัง) เพราะคนชั่ว" พูดเสร็จพร้อมเอาหนังสือพิมพ์ไปให้คนข้างๆอ่าน
  
    เธอหันไปมองแล้วตกใจเพราะเป็นชื่อลูกสาวที่แกรัก หรือว่า  คิดไปเอง

 

    จะคิดไปเองหรือไม่ ไม่รู้ แต่เธอไปพูดกับเพื่อนร่วมงาน หมอว่ามีคนจะตามฆ่าลูกสาวเธอ คุณคนก็บอกว่าเธอคิดไปเอง คิดไปเอง ไม่เห็นมีใครพูดอะไรเกี่ยวกับลูกสาวเธอ

 

    ช่วยด้วย ช่วยด้วย ฉันโดนขู่ มีคนจะฆ่าลูกสาวฉัน ฉันไม่ได้บ้า

 

    ช่วยด้วย ช่วยด้วย


   
    ช่วยด้วย? ฉันไม่ได้บ้า?

    .....  

 

 

 

 

 

 

 

    "คุณอุษณีย์ค่ะ" เสียงหวานๆของผู้หญิงคนหนึ่งเรียกเธอ
  
    "อยู่นี้ มีอะไรคะ"
  
    "ได้เวลาแล้วคะ อ้า........ เก่งคะ ไหนแลบลิ้นให้ดูหน่อยนะคะ  เก่งมากคะ"

 

    "มีคนจะฆ่าลูกสาวฉันคะ คุณหมอ มีคนจะเอาชีวิตลูกสาวฉันคะ" เธอพยายามหยิบโทรศัพท์แล้วกดเบอร์เพื่อหาลูกสาว แต่ปลายสายไม่มีสัญญาณเพราะโทรศัพท์ที่ถือนั้นเป็นของปลอม

 

    "ค้าาา คุณคิดไปเองคะ คิดไปเอง กินยาเดี๋ยวออกจากโรงพยาบาลแล้วคะ" พยาบาลยิ้มอย่างเมตตาเหมือนดังพระแม่มารี


    ใช่? เธอคิดไปเอง? เธอไม่ได้บ้า?

 

    กฏของคนบ้า
    คนบ้าจะไม่รู้ตัวว่าบ้า ต้องให้คนรอบข้างดูถึงรู้ว่าบ้า? 


----------- บทสรุป -------------
    ไม่อยากสรุปครับ ให้ไปคิดเอาเองว่ามีการรับจ้างให้ฆ่าคนตายทั้งเป็นแบบนี้หรือไม่?

 

    แต่ที่อยากจะบอกคือ เรื่องกฏหมายเมาไม่ขับของประเทศหนึ่ง เชื่อหรือไม่ ?

 

    เรื่องเมากับอุบัติเหตุคนละเรื่องกันคือ
    ถ้าคนเมาแล้วขับรถเกิดอุบัติเหตุ ให้ดูเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุด้วยเช่น

 

    ถ้าคนเมาขับรถแล้วจอดรถติดไฟแดง หากมีอีกคนที่ไม่เมาขับมาพุ่งชนพอดีกับรถเรา(คนเมา)ที่จอดอยู่
    กฏหมายบอกว่าคนที่เมาแล้วขับไม่ผิด เพราะเหตุที่เกิดคนเมาไม่ได้เป็นผู้ก่อเหตุ
   อืมมม น่าคิด กฏหมายประเทศนี้  q>.

 

    * ส่วนนักการเมืองบางคนหรือทนายความบางคน ที่ชอบบอกว่าไม่เคยทำ ไม่เคยขู่ ไม่เคยโกง สาบานที่ไหนก็สาบาน ถูกต้องครับเพราะใช้คนอื่นทำทุกครั้งครับ
    * ส่วนคุณป้าพลาดที่ไม่ยอมถามว่าเธออยู่กับใครบ้าง แต่กลับพูดออกมาเลยว่าเธอยังมีพ่อ แม่ ลูกสาวอยู่  แสดงว่าคุณป้าตรวจสอบประวัติครอบครัวนี้แล้ว

 

    หรือผมคิดไปเอง?
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย
http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome เหมือนกันหมดครับ
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

 

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

 

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

 

     ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน

 

* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้

Post Comment

Entry 23 of 24
Last Page | Next Page