| ||
| หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง |
| ||
แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน 18 กุมภาพันธ์ 2550 เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
"ก็บอกแล้วไง ว่าเขาขู่ ฉันโดนขู่ โดนขู่ ถึงอย่างไรฉันก็ไม่ยอมความ" เธอกล่าวพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมากอย่างไม่หยุด ในขณะช่างถาพค่อยๆซูมไปยังดวงตาเธอที่แดงก่ำ ผ่านสายตาของผู้ชมจากทางบ้าน
"แต่คุณสมชายบอกว่าไม่เคยขู่คุณเลยนะครับ เอ้าคุณสมชาย คุณว่าอย่างไรบ้าง" พิธีกรชื่อดังกล่าวเสร็จพร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าให้เธอ ฝ่ายหนึ่งมองหน้าเธอที่ ด้วยดวงตาที่เห็นใจพร้อมกล่าวว่า
"ผมเห็นใจคุณนะครับ แต่ลองคิดดูสิครับใครจะกล้าทำแบบนี้ คดีก็ออกดังลงหน้าหนังสือพิมพ์ถึงอย่างไรผมก็ขอยืนยันด้วยเกียรติทนายความ 10 ปี ของผมว่าผมไม่เคยขู่ ให้ผมไปสาบานวัดไหนก็ได้"
ตุ้บ (เสียงทุบโต๊ะ ดังมาก) ทั้งห้องส่งเงียบ "ใช่สิ ใครจะไปสู้ได้ละ ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ลองมาเป็นฉันสิ ไม่มีใครเข้าใจฉันเลย"
พิธีกรเห็นว่าคงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทนายความตัวแทนผู้ถูกกล่าวหามองไปทางพิธีกรด้วยความอึดอัดใจ "เอาอย่างงี้ถ้าคดีนี้เรื่องเป็นอย่างไรไว้มาว่าต่ออีกทีนะครับ ตอนนี้เวลาหมดแล้ว รายการคุ้ยขึ้นมาแฉขอจบรายการเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ"
เพลงประกอบรายการดังขึ้นทางทีวี แต่เสียงของหญิงสาวก็ยังร้องดังในห้องส่งและนี้คือเรื่องราวของเธอคนนี้
ชีวิตจริงกับละครย่อมไม่เหมือนกัน ลูกสาวเธอได้รู้ซึ้งถึงดาราคนนั้นแล้วว่าพยายามจะให้ครอบครัวของเธอยอมความ และไม่เอาเรื่องโดยให้เงินจำนวนหนึ่งสำหรับครอบครัวระดับล่างที่แม่ไม่มีรายได้ พ่อเป็นเพียงผู้รับจ้างได้เดือนหมื่นกว่าบาท
"ไม่เอา ฉันไม่ยอม อย่างไรฉันก็ไม่ยอม สามีฉันไม่ใช่สินค้าที่จะเอาเงินมาฟาดหัวฉันได้ พวกคุณต้องชดใช้ที่เมาแล้วยังขับรถอีก" อุษาณีย์กล่าวพร้อมยืนกรานต่อหน้าทนายความ
"แต่คนก็ตายไปแล้วนะครับ อีกอย่างเราก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ เชื่อผมเถอะ เราช่วยได้เท่าที่ทำได้ ถึ....ง"
"ไม่.... เอาพ่อหนูคืนมา" เสียงลูกสาวที่กำลังเรียนชั้นม.ปลาย พูดเสร็จเธอนำเทปที่เคยซื้อไว้ของดารารูปหล่อที่หลงใหลทิ้งถังขยะทันที
ทนายความเห็นท่าไม่ดีก็เลยขอตัวกลับ "วันหลังผมมาใหม่ครับ และอยากให้คิดนิดหนึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ สวัสดีครับ"
"ฉันไม่ส่งนะ" เธอพูดแบบไม่หันมามองทนายความเลย งานศพของสามีมีกำหนดสวดสามวัน "ไม่เป็นไรค่ะ ถึงอย่างไร หนูแน่ใจว่าลูกสาวหนูเข้มแข็ง ส่วนพ่อ แม่หนูต้องเข้าใจ" ป้าได้แต่มองอุษณีย์ด้วยสายตาเป็นห่วง "โถ่ ลูก คนเราเดินเจอตอ จะไปชนให้เจ็บทำไม" ไม่ว่าป้าพูดอย่างไร อุษณีย์ก็ยังยืนกรานว่าสู้ขาดใจ แม้ว่าในใจจะกลัวเพราะห่วงลูกสาวเธอที่ยังเด็กไม่รู้จักโลกอย่างแท้จริง
"งั้นป้าลานะ รักษาเนื้อ รักษาตัวนะลูก" "ขอบคุณค่ะ ป้า"
ถ้าเธอคิดไปเองก็คงดีแต่ความรู้สึกว่าเหมือนมีใครคอยตามเธอ บางทีเดินห้างเจอคนนี้ไปหาเพื่อนก็เจอแต่คนเดิมที่เคยเดินตามนั้นคือความบังเอิญหรือ? บางทีเธอทานข้าวมีข้างโต๊ะคุยถึงลูกสาวที่โดนข่มขืนบ้าง คุยถึงข่าวฆ่ายกครอบครัวบ้าง จนบางทีจิตเธอหลอนต้องโทรไปหาพ่อแม่เธอเพื่อตรวจสอบถึงลูกสาว
ปรึกษาเพื่อนหรือจิตแพทย์ก็บอกว่าเรื่องคนอื่นจะไปเก็บมาคิดทำไม เราก็อย่าไปฟังยิ่งไปสนใจยิ่งเครียดมาก
แต่เธอยังเป็นคนและทนไม่ได้จึงเขียนจดหมายไปหาพิธีกรและขอพบเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เธอและทนายความของดาราจึงได้เจอกันเรื่องทั้งหมดจึงเป็นแบบนี้
หลังจากที่ออกรายการทุกคนก็ให้กำลังใจเธอว่าอย่าไปยอมความขอให้เธอสู้ แต่อยู่มาวันหนึ่งมีข่าวลงหน้าหนังสือพิมพ์ว่า
"โอ้ คุณพระช่วย" ชื่อเดียวกับลูกสาวของเธอหรือเธอคิดไปเองเหมือนที่หมอพูด อยู่ๆมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาข้างโต๊ะ
"แก ดูนี้สิ คนสมัยนี้ใจร้ายเหลือเกินฆ่าแม้แต่คุณครู ครูอังคณาต้องตาย(เสียงดัง) เพราะคนชั่ว" พูดเสร็จพร้อมเอาหนังสือพิมพ์ไปให้คนข้างๆอ่าน
จะคิดไปเองหรือไม่ ไม่รู้ แต่เธอไปพูดกับเพื่อนร่วมงาน หมอว่ามีคนจะตามฆ่าลูกสาวเธอ คุณคนก็บอกว่าเธอคิดไปเอง คิดไปเอง ไม่เห็นมีใครพูดอะไรเกี่ยวกับลูกสาวเธอ
ช่วยด้วย ช่วยด้วย ฉันโดนขู่ มีคนจะฆ่าลูกสาวฉัน ฉันไม่ได้บ้า
ช่วยด้วย ช่วยด้วย
.....
"คุณอุษณีย์ค่ะ" เสียงหวานๆของผู้หญิงคนหนึ่งเรียกเธอ
"มีคนจะฆ่าลูกสาวฉันคะ คุณหมอ มีคนจะเอาชีวิตลูกสาวฉันคะ" เธอพยายามหยิบโทรศัพท์แล้วกดเบอร์เพื่อหาลูกสาว แต่ปลายสายไม่มีสัญญาณเพราะโทรศัพท์ที่ถือนั้นเป็นของปลอม
"ค้าาา คุณคิดไปเองคะ คิดไปเอง กินยาเดี๋ยวออกจากโรงพยาบาลแล้วคะ" พยาบาลยิ้มอย่างเมตตาเหมือนดังพระแม่มารี
กฏของคนบ้า
แต่ที่อยากจะบอกคือ เรื่องกฏหมายเมาไม่ขับของประเทศหนึ่ง เชื่อหรือไม่ ?
เรื่องเมากับอุบัติเหตุคนละเรื่องกันคือ
ถ้าคนเมาขับรถแล้วจอดรถติดไฟแดง หากมีอีกคนที่ไม่เมาขับมาพุ่งชนพอดีกับรถเรา(คนเมา)ที่จอดอยู่
* ส่วนนักการเมืองบางคนหรือทนายความบางคน ที่ชอบบอกว่าไม่เคยทำ ไม่เคยขู่ ไม่เคยโกง สาบานที่ไหนก็สาบาน ถูกต้องครับเพราะใช้คนอื่นทำทุกครั้งครับ
หรือผมคิดไปเอง?
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้ | ||
| Post Comment |
| Entry 23 of 24 |
| Last Page | Next Page |