| ||
| หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง |
| ||
แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน
26 กุมภาพันธ์ 2550
เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
....ณ ร้านคาราโอเกะ แห่งหนึ่ง....
แสงไฟวูบวาบสะท้อนไปมา มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังร้องเพลงอย่างสนุกสนาน บางคนปรบมือตามจังหวะ บางคนลุกขึ้นมาเต้น วันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์ใครๆต่างมาที่นี่เพื่อผ่อนคลายกับการทำงานทั้งวัน แต่ในมุมหนึ่งของร้านที่ใกล้ประตูทางออก เมื่อคุณกวาดสายตาไปจะเห็นหนุ่มสองนายนั่งอยู่
ปกติเพื่อนกลุ่มนี้นัดเจอกันทุกๆเดือน หลังจากที่เรียนจบมัธยมกัน วันนี้ทุกคนต่างมีทางของตัวเองหมดแล้วอย่างเคนเป็นพนักงานบัญชีบริษัทชื่อดัง ส่วนอีกคนที่แซวเป็นตำรวจประจำท้องที่แห่งหนึ่ง วันนี้มากันเพียงสองคนเพราะเพื่อนคนอื่นต่างติดงาน
"อ้าวกูเห็นมึงทำเศร้านิหว่า เดี๋ยวถึงตากูร้อง กูให้มึงร้องแทน อย่าเครียด เพื่อนอย่าเครียด" อีกฝ่ายปลอบใจ
"กูปรึกษาสักเรื่องเด่ะ มึงว่าแปลกไหมวะ คนบริจาคแบบแชร์ลูกโซ่ มึงเคยได้ยินไหมวะ" เคนถามอย่างสงสัย
"แปลกมาก กูตั้งแต่อยู่ท้องที่มาไม่เคยเจอคดีแบบนี้ มีเหรอวะ" ทนงตอบแบบหน้าซีเรียส
"นั้นสิแม่กูขอยืมเงิน 200,000 บาทบอกจะไปทำบุญ ท่านบอกว่าวัดนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ถ้าหาคนมาบริจาคต่อได้ก็จะได้เงินส่วนหนึ่งด้วย รู้สึกชื่อวัดสมาธิกาย นายเคยได้ยินเปล่า" ตำรวจทนงตอบเคน
"เคยได้ยินสิวะ เห็นออกข่าวว่าเมื่อ 10 ปีก่อนว่า บางครอบครัวบริจาคเงินให้หมดเลยก็มี ตอนนี้ยังอยู่อีกเหรอ กูเองก็ไม่ได้ตามข่าว แต่กูว่าแม่มึงโดนหลอกแน่ มีใครที่ไหนวะทำบุญที 200,000 บาท ถามยังหาคนเหมือนแชร์ลูกโซ่อีก"
"เออ คิดเหมือนกูเลย กูว่าแม่กูต้องเจอหลอกแน่ เลยจะไปเป็นเพื่อนแม่สักหน่อย มึงก็รู้กูหัวอ่อน มึงไปกับกูอีกสักคนสิ มึงเป็นตำรวจเพื่อรู้อะไรดีๆ" เคนทำหน้าเศร้าแต่รู้อยู่แล้วว่านิสัยเพื่อนเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือ อย่างไรก็ต้องไปแน่
"เอาเด่ะ เรื่องแบบนี้กูชอบ รู้นิสัยตำรวจดีนิหว่าชอบลองของ 555555+" อีกฝ่ายหัวเราะเพราะคิดว่าแม่เคนโดนหลอกแน่นอน
เมื่อแม่เคนพาทั้งเคนและตำรวจทนงไป ต้องรู้สึกอลังการมากกับงานก่อสร้าง ตำรวจทนงพออ่านข่าวมาก่อนแต่ไม่คิดว่าเมื่อเจอด้วยตัวเองจะใหญ่โตอะไรเช่นนี้ มีการทำบุญเสาวัดเสาละสองร้อยบาทด้วย เป็นการตลาดที่ดึงทั้งระดับบน ระดับกลาง และระดับล่าง ที่นี่เก่งมากสามารถเข้าถึงเด็กๆได้ด้วยการ์ตูนและเพลง และที่ตำรวจทนงทึ่งคือที่นี่ทำงานเป็นขบวนการใหญ่ มีเส้นสายใหญ่มากเพราะมีผู้อิทธิพลเข้ามาทำธุรกิจไม่ว่าเป็นงานก่อสร้างของ บริษัท ก่อสร้างสกายโฮม หรือ ธนาคารสิงห์ไทยพาณิชย์ที่ให้กู้ อันเป็นธุรกิจที่หมุนเวียรนับพันล้านบาท ยังไม่รวมอย่างอื่นเช่น อุปกรณ์สงฆ์ต่างๆ ค่าดอกไม้ เสื้อผ้า อาหาร ยังไม่รวมค่าจุกๆ จิกๆ อื่นอีก ไม่อยากคิดเลยว่าวันๆหนึ่งจะมีเงินหมุนเวียนกี่ล้านบาท
เมื่อทำกิจกรรมเสร็จจะมีการเข้าห้องประชุมเปรียบได้กับศาลาการเปรียญเพื่อฟังพระเทศนาเป็นประจำเกือบทุกวัน ส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกใหม่ที่ต้องการบริจาค มีการสวดมนต์ ฉันอาหาร กรวดน้ำ อันเป็นปกติของกิจสงฆ์
"สาธุ" ทุกคนพร้อมใจกันตอบรวมทั้งตำรวจทนงและเคน
"อย่างนายบัณฑิต ตามที่ดูสไลด์นะเออ บุคคลนี้เมื่อก่อนก็ทำบุญโดยการสร้างวัดมาก ชาติที่แล้วท่านมีเงินเมื่อเทียบกับสมัยนี้ก็ประมาณ 1 ล้านบาท แต่เพราะบุญบารมีที่ได้ทำนั้นทำให้นายบัณฑิตเป็นลูกเศรษฐีแล้วมีเงินมากขึ้น 10 เท่านะเออ" ท่านกล่าวอย่างอารมณ์ดี
"สาธุ" ทุกคนพร้อมใจกันตอบรวมทั้งตำรวจทนงและเคน
"เห็นไหมโยม ตัวอย่างที่อาตมายกมานั้นแสดงว่า ยิ่งบริจาคมาก ก็ได้บุญมาก บุญอันเป็นบารมี ความเพียรที่เราสะสมในชาตินี้ เพื่อให้เราเป็นอภิมหาเศรษฐีในชาติหน้านะเออ"
"สาธุ" ทุกคนพร้อมใจกันตอบรวมทั้งตำรวจทนงและเคน
เมื่อท่านเทศนาเสร็จก็มีการถวายปัจจัยทั้งหลาย โดยเฉพาะแม่เคนที่เตรียมเงินถวายให้แก่ท่านด้วย
"สาธุ" ทุกคนพร้อมใจกันตอบรวมทั้งตำรวจทนงและเคน
"เดี๋ยวก่อนท่าน" เสียงนายตำรวจทนงนั้นเอง ทุกคนในห้องประมาณ 300 คนหันมามองที่เคนคนเดียว
"ทำแบบนี้จะดีเหรอเพื่อน" เคนสะกิจเพื่อนเบาๆ
"ผมว่าที่นี่หลอกประชาชน มีอย่างที่ไหนบอกว่าบริจาคมาก ได้บุญมาก การทำบุญที่ไหนมีการหาสมาชิกแบบแชร์ลูกโซ่อีก" ตำรวจทนง ทนงสมชื่อพูดอย่างไม่กลัวโดนประชาทัณฑ์
ตำรวจทนงถูกสอนว่าเมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ต้องให้หลักจิตวิทยาเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ หรือควรกล่าวขอโทษ แต่ด้วยความที่ตนเป็นหนุ่มไฟแรง และที่มาเป็นตำรวจเพราะตัวเองก็เคยโดนคนอื่นรังแกและโดนหลอก จึงทนไม่ได้ที่เห็นคนอื่นโดนหลอกเช่นกัน
"เรื่องรถหายสำหรับผมไม่ยากเลย แค่ให้เด็กปั๊มน้ำมันหรือคนใกล้ชิดหลอกปั๊มกุญแจ แล้วให้หน้าม้าคนใกล้ชิดล่อให้เข้ามาติดกับหมอดูหรือพระปลอม ทำทีนั่งทางในมีปาฏิหารย์ว่ารถอยู่แถวนู่นแถวนี้ บางคนเก่งหน่อยทำเป็นไม่เอาเงินแต่สุดท้ายเจ้าของรถก็ต้องให้เงินอยู่ดี คดีแบบนี้ผมเจอมาเยอะแล้ว" ตำรวจทนงกล่าว
"ผมเป็นเจ้าของกิจการนะครับ ท่านอ่านใจคนได้ด้วย" ชายผู้ดูภูมิฐานกล่าว
"ผมว่าท่านวิเคราะห์จากบุคคลิก สืบประวัติ และวางแผนหลอกมากกว่าเรื่องแบบนี้ผมก็ทำได้" เคนกล่าวอย่างมั่นใจ
หญิงวัยกลางคนเดิมรู้สึกอยากเอาชนะและเธอศรัทธากับวัดนี้มาก กินอยู่นอนกับวัด เธอทนไม่ได้ที่เห็นคนว่ากล่าวท่าน
"เดี๋ยวก่อนๆ อย่าทะเลาะเพราะอาตมาเลย ของบางอย่างอยู่ที่ความเชื่อนะเออ" ท่านกล่าวอย่างเมตตา "โยม ถ้าได้ยินเสียงอาตมาก็เงียบนะ อย่าบอกใครนะเออ อาตมาไม่ชอบอวดอ้างปาฏิหารย์ เพราะนั้นมิใช่ทางศาสนา" ตำรวจทนงตกใจ เหงื่อตกถามเคนว่าได้ยินเสียงไหม
"โยม เชื่ออาตมา ก็เข้ามาหาอาตมาแล้วขอโทษอาตมาซะ ก็ไม่มีใครว่าแล้วนะเออ" เสียงยังคงก้องในหัวตำรวจทนง
ตำรวจทนงตกใจเกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ด้วยความกลัวว่าเจอของจริง แถมไปว่าท่านอีกกลัวจะตกนรก เลยเดินฝ่าเข้าไปแล้วก้มลงกราบพร้อมกล่าวว่า
ทุกคนเห็นภาพที่ตำรวจทนงแล้วรู้สึกเห็นใจ คนทำผิดแล้วขอโทษ ท่านเองให้อภัยอย่างไม่ถือสา เป็นภาพที่งดงามมากต่างปรบมือให้กับตำรวจทนงผู้รู้จักสำนึกผิด บางคนร้องไห้กับความเมตตาของท่าน บางคนเห็นภาพนี้บ่อยจนขินเพราะมีผู้อยากพิสูจน์มาหลายคนแล้ว แต่ทุกคนเหมือนมีมารในใจที่ต้องมีผู้บริสุทธิ์ช่วยชี้ทาง
วันนั้นทุกคนกลับบ้านด้วยความปิติอย่างน้อยปาฏิหารย์เกิดขึ้นแล้ว วัดสมาธิกายได้สมาชิกใหม่เป็นตำรวจทนงและเคน หรือว่าการบอกบุญ MLM จะเป็นเครื่องชี้นำทางเพื่อให้วัดนี้เป็นศูนย์กลางของศาสนาโลก
ส่วนคืนนั้นทั้งตำรวจทนงและเคนต่างฝันเหมือนกัน ฝันว่าพระที่วัดสมาธิกายท่านมาหาแล้วกล่าวทักทายทั้งสองคน
"นโม นโม สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง" ....ณ สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง....
มีตำรวจหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่คนเดียวทำหน้ากลุ้มใจเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ติดอยู่ในใจ
"เปล่าคะ ผู้กอง" ผู้กองถามต่อ
"มีอะไรก็บอกกัน นั่งกลุ้มใจแล้วช่วยเหลือประชาชนได้ไง"
"คือว่าทนงแฟนหนู มาขอเงิน 200,000 บาทคะ ผู้กอง"
"ถ้าใช่หมวยก็ไม่มากลุ้มหรอก แต่เอาเงินไปทำบุญ ไม่รู้ว่าบุญอะไรหนักหนาตั้ง 200,000" ผู้กองพูดเหมือนสั่งสอนลูกน้องในตัว
"ผู้กองว่าแฟนหมวยโดนหลอก เป็นตำรวจทั้งทีทำไมให้โดนหลอกวะ ถ้าทนงจะไปอีกมาบอกผมด้วยผมจะไปด้วย มีอะไรเราช่วยกัน ไม่ใช่มานั่งกลุ้มแบบนี้ไม่ช่วยอะไรดีขึ้นหรอก"
"จริงเหรอคะ" กำลังชวนใครสักคนไปด้วย
"จริงสิ ผมเองไม่ชอบให้คนโดนหลอก ชอบเอาความไม่รู้ของคนมาหากิน" ผู้กองทำหน้าแบบจริงจัง
"งั้นขอรบกวนผู้กองคะ อีกสามวันทนงจะไปวัดสมาธิกายตอนบ่ายโมง ผู้กองว่างไหม" เธอยกมือทำความเคารพอย่างจริงใจ
"ได้ อีกสองวันเตือนผมด้วย"
"ขอบคุณคะผู้กอง" ----------------- บทสรุป ----------------------- มีคนเขลาบางคนยังคิดว่า องค์พระศาสดาที่เป็นศาสดาได้นั้นเพราะเอาคาถา อาคมต่างๆ มาหลอกผู้คนแล้วตั้งตนเป็นองค์พระศาสดา
อย่าแปลกใจทำไมบางประเทศถึงมีลัทธิเต็มไปหมดและผู้คนถึงเชื่อถืออย่างมากมาย
เพราะของบางอย่างพวกเขาเหล่านั้นโดนพิสูจน์แล้วว่ามี ทำให้เชื่ออย่างสนิทใจอย่างเช่นตำรวจทนง
ตำรวจทนงโดนตอนกรวดน้ำ(แตะตัวกัน)แล้วโดนพระท่านใช้คาถาอาคม ทำให้โทรจิตเข้าไปหาตำรวจทนงได้
ส่วนฝันนั้นมีคนสอนว่าใช้ผีเข้าฝันจริงๆ (ผู้ถือศีลบางคนมีวิชาใช้ผีได้จริงๆ) ถ้าสังเกตุดีๆเวลาที่มีเจ้ายศขุนนางมาหาหรือเยี่ยมประชาชน จะมีการจับตัวต่อกันเพราะต้องการอ่านใจผู้คิดร้าย ก่อนกลับก็จะทำแบบเดี๋ยวกันเพราะต้องการถอนคาถา
และนี้เป็นสาเหตุว่าทำไมพระพุทธองค์ต้องบัญญัติให้พระอยู่ในศีลและธรรม หากไม่มีสิ่งเหล่านี้หรือแพ้กิเลสแล้วก็จะเอาสิ่งเหล่านี้หาผลประโยชน์เข้าตัวเอง (บทวิเคราะห์ผมเอง)
ทุกอย่างบนโลกนี้มีทั้งดีและไม่ดี เราต้องมีสิ่งเหล่านี้ไว้สู้กับศาสตร์ด้านมืด ไม่ใช่เอามาใช้หาผลประโยชน์เข้าตัวเอง
อาจารย์ท่านสอนผมเรื่องทำบุญว่า
และท่านพูดอีกว่า
ผู้ที่หลุดพ้นทุกข์จากโลกนี้ได้ ไม่ใช่เป็นผู้มีพรของพระเจ้าแต่เป็นผู้มีศีล มีธรรมต่างหาก (ผมแต่งเอง)
ของปลอมนั้นเวลามาทำให้เรารู้สึกเฉยๆหรือทำให้เรากลัว แต่ของจริงเมื่อมาจะแนะนำแต่สิ่งดีๆโดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ แม้ว่าทำให้คุณวิตกเพราะไม่เคยพบเห็นบ้าง แต่จะมีความรู้สึกหนึ่งที่ต่างจากของปลอมคือความรู้สึกอบอุ่น อุ่นใจและปลอดภัยนั้นเอง ------------------------------------------------------------------------------------------
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไปผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้ | ||
| Post Comment |
| Entry 21 of 24 |
| Last Page | Next Page |