คัมภีร์มหาโกง Home | Profile | Archives | Friends
หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง

คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 6 เรื่องกิ่งทองใบหยก2007-Sep-5

แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน

12 มีนาคม 2550

เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------
ตอนที่ 6 เรื่องกิ่งทองใบหยก


"ขอบคุณทุกท่านที่มาเป็นสักขีพยานในวันแต่งงานของบ่าวสาวในวันนี้ครับ"
พิธีกรได้เกริ่นขึ้นในงานวันแต่งงานของลูกชายนักการเมืองชื่อดังกับเจ้าสาวที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง งานแต่งงานในวันนี้เป็นประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ เพราะมีแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายมางานไม่ว่าเป็นนักการเมือง ดารา นายทหารระดับสูง นักธุรกิจต่างก็มางานในครั้งนี้ แถมเป็นงานที่ใหญ่โตจัดในโรงแรมหรูระดับห้าดาวจนทำให้วันนั้นรถติดทั่วกรุงเทพทั้งวัน สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมีการทีวีถ่ายทอดสดตลอดงานแต่งงานด้วย

หลังจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้ตอนรับแขก ถ่ายรูป ที่สุดเวลาที่ทั้งคู่ได้ขึ้นเวทีเพื่อกล่าวคำขอบคุณและอื่นๆตามพิธีการที่ได้กำหนดไว้
"ผมว่าคนที่มางานวันนี้คงอยากรู้แล้วสิครับ ว่าเจ้าบ่าวสุดหล่อกับเจ้าสาวสุดสวยรู้จักกันได้ไง" พิธีกรชื่อดังถามคู่แต่งงานบนเวที

"กบว่าผู้ร่วมงานไม่อยากรู้หรอกคะ" เจ้าสาวทำท่าเหมือนไม่อยากเปิดเผย

"จริงหรือครับท่านผู้มีเกียรติ อยากรู้ไหมครับ อยากรู้ไหมว่าทั้งคู่รู้จักกันได้ไง" พิธีการหันไปถามผู้มาร่วมงาน

"อยากรู้" ทุกคนในงานต่างตอบพร้อมกัน

"เอาอย่างงี้เจ้าสาวไม่ตอบ เราให้เจ้าบ่าวบอกดีกว่า" พิธีกรมองไปทางเจ้าบ่าวพร้อมยื่นไมค์ให้เหมือนเป็นการบังคับ

เจ้าบ่าวรับไมค์แล้วกล่าวว่า
"พูดยากนะครับ มันเหมือนเรื่องนิยายน้ำเน่า" เจ้าบ่าวหันไปทางเจ้าสาวที่กำลังเอามือบิดไปมาอย่างเขินอาย
"คือว่าพ่อผมสอนให้ผมทำงานในตำแหน่งล่างๆก่อน ตอนนั้นผมปลอมตัวไปทำงานในบริษัทก่อสร้างของพ่อผมโดยไม่มีใครรู้ แล้วได้เจอกบจนเป็นเจ้าสาวในวันนี้ไงครับ" เจ้าบ่าวตอบแบบภูมิใจ

"จริงหรือครับ ฟังดูชีวิตยิ่งกว่านิยาย มาทางเจ้าสาวบ้างตอนเจอเจ้าชายครั้งแรกรู้สึกอย่างไร" พิธีกรเปรียบเทียบเจ้าบ่าวว่าหล่อ รวยและดีดั่งเจ้าชายในเทพนิยาย

"ตอนนั้นกบยังไม่ได้เข้าวงการและไม่ทราบหรอกคะว่าเชนเป็นลูกเจ้าของบริษัทที่กบทำงาน ดูเชนออกจะเงียบๆด้วยซ้ำ ไม่เหมือนตอนนี้เลย กบไม่ได้คิดอะไรก็เหมือนเพื่อนร่วมงานกันมากกว่า" เจ้าสาวพูดไปพลางส่งสายตาไปทางเจ้าบ่าว

"แสดงว่าเจ้าบ่าวต้องจีบเจ้าสาวก่อนแน่ๆ บอกได้ไหมครับ อะไรที่ทำให้เจ้าบ่าวประทับใจเจ้าสาว"

"สิ่งที่ผมประทับใจกบที่สุดคือเธอเป็นคนเดียวในบริษัทที่ให้ผมยืมเงินครับ"
พูดเสร็จผู้ร่วมงานต่างหัวเราะกับความขี้เล่นของเจ้าบ่าว

"อย่างงี้คุณผู้หญิงทั้งหลายต้องรู้เคล็ดลับมัดใจชายครับว่า ต้องให้ยืมเงิน" พิธีกรพูดเสร็จ แล้วพูดต่อว่า
"เอาจริงๆเลยนะครับ ผมว่าแขกผู้เกียรติอยากรู้แล้วครับอะไรที่ทำให้ผู้หญิงมัดใจผู้ชายได้"


"เธอน่ารักครับ เธอดีกับทุกคนในบริษัทไม่ว่าจะเป็นผมหรือใครๆ ผู้หญิงบางคนชอบมองคนที่เปลือกนอก บางคนมองว่าฐานะของผู้ชายเป็นอย่างไร ทำงานตำแหน่งอะไร แต่กบเธอไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมแกล้งจนและลองใจเธอโดยขอยืมเงินจริงๆครับ หลอกกบว่าเป็นหนี้พนันบอลแล้วโดนเจ้าหนี้ตามทวง เธอสงสารผมแล้วก็ให้เงินผมมาก้อนหนึ่ง ผมเลยรู้สึกประทับใจเธอตรงนี้" พูดจบทุกคนต่างก็ปรบมือกับจุดเริ่มต้นความรักของคู่นี้

"มาทางเจ้าสาวบ้าง ประทับใจอะไรในตัวเจ้าบ่าวครับ"

"ตอนนั้นเหมือนมรสุมชีวิตคะ สำหรับกบชีวิตมีเพียงพ่อและแม่เท่านั้น พ่อกบขับรถทำงานแล้วโดนชนตายต่อมาไม่กี่เดือนแม่กบก็เป็นมะเร็งอีกนอนรักษาอยู่ในโรงพยาบาล กบไม่รู้จะไปพึ่งใครก็มีแต่เชนที่เข้ามาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ แต่ชีวิตแม่คงหมดอายุขัยแล้ว ตอนนั้นเชนได้เปิดตัวเองว่าจริงๆแล้วเป็นใครและได้แนะนำกบให้เข้าวงการบันเทิงด้วยคะ" เจ้าสาวเงียบน้ำตาไหล พิธีกรเห็นดังนั้นก็ให้ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้


"ถ้าพ่อแม่กบอยู่ตอนนี้ กบอยากบอกให้ท่านได้ทราบว่า ตอนนี้กบสามารถดูแลตนเองได้และจะดูแลครอบครัวของกบและพ่อแม่เชนให้ดีที่สุดคะ"
ทุกคนได้ยินต่างปรบมือ บางคนน้ำตาไหลแม้แต่พิธีกรเองหันหลังให้กับเวทีเพื่อเช็ดน้ำตา

"พิธีแต่งงานวันนี้จะเป็นหนึ่งความทรงจำของคู่บ่าวสาวในวันนี้และจะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำให้กับหลายๆคน ถึงความรักที่เป็นความรักอย่างแท้จริง ผมในฐานะพิธีกรก็ขอให้ทุกท่านลุกขึ้นแล้วกล่าวดื่มอวยพรให้เจ้าบ่าว เจ้าสาวในวันนี้ด้วยครับ"

ทุกคนในงานลุกขึ้นกล่าวอวยพรตามพิธีการและคู่บ่าวสาวได้หอมแก้มกันตามคำเชียร์ของเพื่อนร่วมงาน ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ส่งตัวเจ้าบ่าว เจ้าสาว

ในห้องหออันเป็นรังรักของคู่บ่าวสาว ต่างก็เหนื่อยกับงานมามาก เจ้าบ่าวขออาบน้ำก่อนโดยให้เจ้าสาวรออยู่ในห้องซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคฤหาสน์ราคาสามร้อยล้านบาท
ขณะนั้นเจ้าสาวนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อล้างเครื่องสำอางและเอาของตกแต่งออกจากร่างกาย
"ผู้ชายโง่จริงๆ ถึงแกล้งจน หรือใส่เสื้อผ้าไม่มียี่ห้ออย่างไร ก็ยังดูออก กลิ่นยาสระผมน้ำหอมและครีมทาผิวใช้แต่ของมีระดับทั้งนั้น จะจนได้ไง" เธอคิด

ในขณะที่เธอนั่งคิดอยู่นั้น มีเสียงสายน้ำที่ไหลจากสายบัวดังจากห้องน้ำ
"โชคดีจริงๆ ที่ได้สาวบ้านนอกที่ไม่มีญาติสนิท ไม่งั้นต้องหาทางฆ่ามากกว่านี้ เบื่อพ่อตา แม่ยายที่ชอบผลาญเงิน ชอบยุ่งชีวิตคนอื่น" ชายหนุ่มคิด

----------------- บทสรุป -----------------------
อย่าแปลกใจหากทั้งคู่คบไปไม่นานมีเรื่องให้แยกทางกันเพราะคนเราเริ่มต้นรู้จักกันก็เริ่มผิดแล้ว ชีวิตนี้เล่นละครในทีวีหรือละครเวทีก็พอแล้วอย่าต้องเล่นละครชีวิตตลอด 24 ชั่วโมงเลยครับ

แต่มีบางคู่ที่เริ่มต้นแบบนี้แต่สามารถอยู่ได้นานอย่างมหัศจรรย์เพราะอีกฝ่ายไม่มีทางไป
บางฝ่ายแต่งงานเพราะต้องการมีเงิน อยากให้ชีวิตสบายแล้วหาทางหย่าทีหลัง
บางฝ่ายเก็บรูปโป๊ภรรยาเพียงเพราะกลัวโดนหักหลัง และกลัวโดนหลอกเอาเงิน
บางฝ่ายต่างคนต่างมีชู้ ต่างคนต่างอยู่ แต่ยังออกงานสังคมเหมือนคนรักกัน
บางฝ่ายไม่อยากหย่าเพราะมีชื่อเสียง ไม่อยากโดนนินทาเพราะอยู่แต่สังคมที่มีแต่คนคอยจ้องซ้ำเติม

ที่เล่ามาอยากบอกว่าคบกันแบบนี้แล้วชีวิตมีความสุขได้อย่างไร?

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย
http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome เหมือนกันหมดครับ
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

  ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน

* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้

Post Comment

Entry 19 of 24
Last Page | Next Page