คัมภีร์มหาโกง Home | Profile | Archives | Friends
หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง

คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 9 เรื่องWorld Peace(แด่สันติภาพโลก)2007-Sep-5

แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน

3 เมษายน 2550

เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------
ตอนที่ 9 เรื่องWorld Peace (แด่สันติภาพโลก)

ชายภูมิฐานผู้หนึ่งกำลังพิจารณาตารางนัดบุคคลสำคัญ สักพักได้ถอนหายใจ
"เฮอออออ..."
"คุณนัดท่านฑูตที่ไม่ถูกกันมาเจอกันได้ไง ตามหลักการฑูตแล้วแบบนี้ไม่ควรทำ" ชายภูมิฐานที่กล่าวมานั้นคือเอกอัครราชฑูตประเทศญี่แปง ขณะนี้ท่านประจำอยู่ประเทศไทยา

ชายหนุ่มได้แต่ก้มหน้ากับความผิดของตัวเองที่โดนผู้ใหญ่ตักเตือน

"ผมรู้ ผมเคยเป็นแบบคุณมาก่อน อยากสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ แต่เชื่อผมผมเดินมาก่อนทุกคนที่เดินแบบนี้ได้ผลมาแล้ว" ท่านฑูตอบรมชายหนุ่มผู้เป็นผู้ช่วยท่านฑูต

ชายหนุ่มที่ผมกล่าวถึงเป็นชายหนุ่มที่เกิดในวงการตระกูลชั้นสูง พ่อแม่ของชายหนุ่มคนนี้ได้ฝากฝั่งให้เด็กหนุ่มมาฝึกงานกับท่านฑูตเพราะท่านฑูตผู้นี้มีผลงานและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ชายหนุ่มผู้นี้ชื่อ
ธัมมะสึ

ธัมมะสึเป็นเด็กใหม่ที่รักประเทศและอยากให้ตัวเองมีชื่อในประวัติศาสตร์ ด้วยความใจร้อนเลยอยากนัดประเทศที่กำลังมีข้อพิพาทกัน ด้วยความหวังดีของตนเอง อยากให้โลกจารึกว่าประเทศญี่แปงเป็นประเทศที่ช่วยไกล่เกลี่ยของสองประเทศนี้

"สิ่งหนึ่งที่คุณต้องเรียนรู้ก่อนอันดับแรกในการเป็นนักการฑูตที่ดีคือ ....ความจริงใจ" ท่านฑูตได้อบรมกับเด็กใหม่อีกครั้ง
"คุณเดินตามผมเรื่อยๆแล้วดีเอง ไปทำงานที่ค้างได้แล้ว"

ธัมมะสึยกมือไหว้แล้วเดินออกจากห้องพร้อมน้ำตาเอ่อล้นออกมา ความรู้สึกของธัมมะสึขณะนี้หมดกำลังใจไม่คิดว่าตัวเองจะทำเรื่องงี่เง่าแบบนี้ลงไปได้ ทุกอย่างนอกจากความจริงใจแล้วยังต้องอาศัยประสบการณ์ ธัมมะสึยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ

 


.....ผ่านไป 10 ปี.....

 


ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมตามมา ธัมมะสึได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ท่านเป็นผู้ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ งานเลี้ยงรับรองคืนนั้นใครๆต่างพูดถึงธัมมะสึที่ทำให้สงครามระหว่างประเทศสงบได้

"เรียนเชิญคุณธัมมะสึกล่าวสักเล็กน้อยครับ" พิธีกรงานเลี้ยงรับรองผู้ได้รับรางวัลโนเบลกล่าว

"การทำงานที่ดีนั้น นอกจากมีความรู้ในสาขาที่ทำงานอย่างรู้จริงแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องมีสำหรับนักการฑูตที่ดีคือ ความจริงใจ" ท่านฑูตธัมมะสึกล่าวเสร็จ ทุกคนในงานต่างลุกขึ้นปรบมือเพื่อเป็นเกียรติแด่ท่านฑูตที่ช่วยสงบศึกสงครามของสองประเทศได้

ในวันต่อมา
"คุณทำแบบนี้ได้ไง คุณเอาบุคคลที่ไม่ถูกกันมาเจอกันได้ไง ทำแบบนี้ก็ทะเลาะกันตายพอดี" ธัมมะสึเอกอัครราชฑูตประเทศญี่แปงประจำอยู่ประเทศเรเวีย

"ครับ ครับ" เด็กหนุ่มไฟแรงโดนตักเตือน

"คุณทำงานกับผมมากี่ปีแล้ว" ท่านฑูตธัมมะสึถามผู้ช่วยฑูต

"8 ปีครับ ผมเรียนรู้จากท่านได้มากเลยครับ" ผู้ช่วยฑูตตอบ

"คุณจำได้ไหม ผมเคยสอนเสมอว่าจะเป็นนักการฑูตที่ดีได้เป็นอย่างไร"

"ผมจำได้ครับ ต้องมีความจริงใจ" ผู้ช่วยฑูตจำได้ดีกับคำสอนของผู้ใหญ่

"งั้นผมจะสอนให้อีกอย่างหนึ่งสำหรับการฑูตที่ดี เรื่องความจริงใจเราต้องทำให้เขารู้ว่าเราจริงใจเช่นมีใครด่าหรือว่ากล่าวอีกฝ่ายหนึ่ง เราต้องเก็บในสิ่งที่พวกเขาพูดหรือทำทุกอย่างไปบอกอีกฝ่ายหนึ่งให้ได้" ท่านธัมมะสึบอกเคล็ดลับ

"แล้วอีกฝ่ายไม่โกรธกันหรือครับ" ผู้ช่วยสงสัย

"มันคือจุดประสงค์ของการฑูตที่ดี แต่เราไม่ลงมือเองเราต้องให้ลูกน้องของแต่ละฝ่ายจัดการแทนเรา เข้าใจไหม"

"เป็นอย่างไรครับท่าน" ผู้ช่วยฑูตต้องการความกระจ่าง

"ง่ายมาก เราเอาเทปหรือหลักฐานไปให้ลูกน้องอีกฝ่าย ให้นำไปให้หัวหน้าตนเองดูจะได้เกลียดอีกฝ่ายไง" ท่านธัมมะสึอธิบายอีกครั้ง

"แบบนี้ไม่ทะเลาะกันแย่หรือครับ"

"ยังคิดไม่ออกเหรอ เวลาทะเลาะกันจะมีเพื่อนอย่างเราช่วยไกล่เกลี่ยไง" ท่านธัมมะสึหัวเราะใหญ่

"แล้วมันจะดีหรือครับ ทำแบบนี้" ผู้ช่วยยังงง

"ทุกคนก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นเชื่อผม เดินตามผมไม่ผิดหวังแล้วคุณจะดังเอง" ท่านธัมมะสึหัวเราะอย่างสะใจ

"อ๋อจำไว้ อย่าให้พวกทะเลาะกันเจอกันโดยไม่มีเรา" เอกอัครราชฑูตธัมมะสึเน้นย้ำอีกครั้ง

"โอ้ ชีวิตมันเป็นแบบนี้นี่เอง" ผู้ช่วยคิดอย่างงงๆ

 

----------------- บทสรุป -----------------------
ในสังคมชั้นสูงบางสังคมมีบทเรียนหนึ่งที่ต้องเรียนรู้ เวลาใครทำผิดจะไม่บอกกล่าวแต่ต้องให้ผู้ทำผิดรู้ตัวเอง ถ้าพูดให้เห็นภาพเหมือนผู้หญิงงอนผู้ชายแล้วไม่บอกผู้ชายว่าผู้ชายทำผิดอะไร จะงอนจนกว่าผู้ชายจะรู้ตัวพอเข้าใจนะครับ

นั้นเป็นสาเหตุว่าทำไมพวกทหารบางคนถึงสอนแบบนี้ พวกนี้ยุแหย่เก่งและรู้ดีว่าทำอย่างไรให้อีกฝ่ายทะเลาะกัน เพื่อให้ตัวเองแทรกเข้าไประหว่างกลางเพื่อผลประโยชน์หรือต้องการแสดงว่าตัวเองจริงใจอย่างไร

วิธีแก้คือให้คุยแบบผู้ใหญ่ที่โตๆกันแล้วอย่าเชื่อเทป คลิป วีดีโอเพราะทุกอย่างตัดต่อได้ ตกแต่งเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าตัวได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลของพวกชอบยุแหย่ว่าต้องให้อีกฝ่ายรู้ตัวเองว่าทำผิดอะไร (ไม่ยอมบอกตรงๆ) บางคนจะไปนึกออกได้อย่างไร แต่ละประเทศทะเลาะกันเพราะแบบนี้ละครับ ผู้ร้ายตัวจริงมันไม่เคยร้ายให้เห็นหรอก มันแอบตัดต่อให้ทะเลาะกันแล้วแอบหัวเราะอยู่ข้างหลังคุณ

เดี๋ยวผมเขียนบทความนี้เสร็จ มีบางคนจัดฉากให้บุคคลสองฝ่ายมาเจอกันแล้วทะเลาะอย่างดุเดือดบนจอทีวี เพื่อแสดงว่าเจอกันไม่ได้ขอบอกว่าผมรู้ทันพวกคุณ

ยกตัวอย่างประสบการณ์จริงของผู้เขียน
เพื่อนที่ทำงาน : "เป้ (นามสมมติของผู้เขียน) กินลูกเกดสิ"

ผู้เขียนกินลูกเกดตามทำชวนแต่ลูกเกดรสชาติไม่อร่อยเลย

เพื่อนที่ทำงาน  : "อร่อยไหม"
ผู้เขียน  : "เราว่ารสชาติแปลกๆไม่ค่อยอร่อยนะ"
เพื่อนที่ทำงาน  : "เหมือนเราเลยเราว่าไม่อร่อย ลูกเกดกระจอก"

ผู้เขียนเฉยๆคิดว่าจะกลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม

เพื่อนที่ทำงาน  : "พูดสิ ลูกเกดกระจอก"
ผู้เขียน  : "ลูกเกดกระจอก" ผู้เขียนไม่ได้คิดอะไร

วันต่อมาผู้เขียนได้ทำงานอีกชั้นหนึ่ง ได้เจอคนชื่อเกด
เกด  : "แกว่าชั้นว่ากระจอกเหรอ"
ผู้เขียน  : ??

คุณเชื่อไหมผมเจอแบบนี้ในที่ทำงาน ถามว่าจะไม่ให้ผู้เขียนเครียดได้ไงเล่นเอาคนละเรื่องมาโยงกันเป็นเรื่องเดียวกันเฉย ผู้เขียนเคยเจอเกดคนนี้ที่ห้างแห่งหนึ่ง
ได้ทักทายตามมรรยาทแต่ในใจผู้เขียนขยะแขยงพวกนี้มากที่สุด

บุคคลชั้นสูงบางคนคิดว่าการที่ไม่ให้ทะเลาะกันคือการไม่ว่ากล่าวใครหรือพูดแต่ชมเท่านั้น คนพวกนี้จึงไม่กล้าว่ากล่าวตรงๆชอบพูดจาประชดประชันหรือตีวัวกระทบคราด
สำหรับผู้เขียนการไม่ทะเลาะกันคือการมีความคิดความอ่านและการพูดคุยกันแบบผู้ใหญ่มากกกว่า

**** บทความนี้ผมขอยกเป็นอุทาหรณ์ให้กับเหตุการณ์สังหารหมู่ของชนเผ่า Tutsi (ตุ๊ทซี่) ที่โดนชนเผ่า Hutu (ฮูตู) สังหาร 1,000,000 ศพ ใน 100 วัน ของประเทศรวันดา ผู้เขียนเข้าใจว่าที่สายเลือดเดียวกันทะเลาะกันเพราะการยุแหย่ของพวกโรคจิตเท่านั้น *****

-------------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย
http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome
เหมือนกันหมดครับ
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน

* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้

Post Comment

Entry 16 of 24
Last Page | Next Page