แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน
16 เมษายน 2550
เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย -------------------------------------------------------------- ผู้เขียนเข้าใจผิดเรื่องค่าชดเชย (คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 1 เรื่องบังเอิญกับเจ้านายเอื้ออาทรณ์) ต้องขอโทษจริงๆ ผู้เขียนจะระมัดระวังเรื่องแบบนี้มากขึ้น ผู้อ่านอ่านรายละเอียดเรื่องค่าชดเชยได้จากหนังสือทั่วไปหรือเว็บ www.google.com พิมพ์คำว่า "ค่าชดเชย" มีข้อมูลให้อ่านเยอะครับ
ตอนที่ 11 เรื่องเสียงสวรรค์
"ใต้เท้าครับ ศัตรูมีทหารประมาณห้าพันนายครับ" นายกองรายงานต่อแม่ทัพ
แม่ทัพโมโหพร้อมยกจอกเหล้าลงบนพื้น "ไหนสายสืบรายงานว่าฝ่ายศัตรูมีไม่ถึงหนึ่งพันนาย ไปตามสายสืบมาพบข้า"
สักพักผ่านไป "ท่านมีเรื่องด่วนอันใดมิทราบ ท่านแม่ทัพ" สายสืบเข้ามาพร้อมใส่ชุดที่ไม่เหมาะสมต่อการเข้าพบ
ท่านแม่ทัพยืนมองสายสืบ "ท่านบอกข้าว่าศัตรูมีไม่ถึงพันแต่ท่านดูสิ" แม่ทัพพูดเสร็จชี้ไปทางเขาเห็นฝุ่นบนเขาอย่างมาก
"ท่านคิดว่ามีทหารสักเท่าไร" แม่ทัพถามสายสืบ
"เกินหนึ่งพันแน่นอนยกโทษให้ข้าด้วย" สายสืบร้องขอชีวิต
"ทหาร จับมันไปประหาร" "ครับ" สายสืบโดนประหารชีวิต ปรากฏว่าสายสืบไม่ผิดเพราะศัตรูใช้กลยุทธ์ให้ม้าวิ่งไปมา เพื่อให้ดูว่ามีจำนวนทหารกำลังเดินทัพอย่างมาก --.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--
"ท่านแม่ทัพกองไฟที่ศัตรูสุมไว้น้อยลงครับ"
แม่ทัพดูจำนวนกองไฟที่ศัตรูสุมไว้เห็นเลยว่าน้อยลงเรื่อยๆ และรอยเท้าม้าน้อยลงด้วย "ดี เสบียงของศัตรูคงใกล้หมดลง จนต้องเอาม้ามากินแสดงว่ากองทัพของศัตรูกำลังอ่อนแอ สั่งให้ตามต่อไป" แม่ทัพสั่งกองทัพให้เดินตามศัตรูต่อ
เมื่อเจอที่พักของศัตรูที่ไหน กองสุมไฟและรอยเท้าม้ายิ่งน้อยลงเรื่อยๆ แม่ทัพยิ่งมั่นใจว่าอาหารของศัตรูหมดลงแล้ว ทหารกำลังขาดแคลนอาหารนั้นหมายถึงกองทัพกำลังอ่อนแอ "เราต้องรีบตามไปเรื่อยๆ อีกไม่ช้าคงตามถึงแน่" แม่ทัพสั่งลูกน้องให้ตามต่อไป
แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆปรากฏว่ากองทัพของตัวเอง โดนศัตรูล้อมอยู่ด้วยกำลังพลมหาศาล
ตอนนี้แม่ทัพรู้ตัวแล้วว่าโดนศัตรูหลอกมาตลอด --.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--
ปัจจุบันกลยุทธ์เปลี่ยนไปแล้ว
/
/
/
/
"นายกช่วยเราด้วย นายกช่วยเราด้วย" เสียงประชาชนกำลังร้องเรียกให้นายกเชาว์ช่วย ในขณะที่นายกรัฐมนตรีประเทศไทยากำลังเยี่ยมชาวบ้าน
"ผมมาที่นี่เพราะมีเสียงเดือดร้อน ผมมาเพื่อแก้ไขยินดีรับฟังเสียงประชาชน" ท่านนายกเชาว์พูดบนเวที (ชาวบ้านปรบมือ)
"เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์" (ชาวบ้านโห่ร้องอย่างดีใจที่มีนายกเข้าใจประชาชน)
นายกเชาน์คนนี้เป็นนายกที่เข้ามากอบกู้หลังจากที่ประเทศเกิดวิกฤติเรื่องค่าเงิน ประชาชนต่างรอความหวังว่านายกท่านนี้จะเข้ามากอบกู้ประเทศ แต่แล้วนโยบายต่างๆที่ออกมาทำให้
เศรษฐกิจไม่ฟื้น ตกต่ำสุดขีด ข่าวหนังสือพิมพ์พาดหัวเกือบทุกสำนัก
นโยบายรัฐ ฆ่ารากหญ้า ข่าวในอินเตอร์เน็ต (internet) แพร่หลาย ทุกคนต่างโพสด่ารัฐบาลอย่างเสียหาย ตอนนี้นายกเดินไปที่ไหนมีคนคอยเดินตามด่า
"ท่านนายกดูนี้สิครับ" เลขานายกเชาว์เอาคำด่านายกในอินเตอร์เน็ตมาให้นายดู นายกเชาว์ดูส่วนใหญ่มีแต่ด่ามากกว่าชม นายกเปิดอ่านไปเรื่อยๆสักพักแล้วท่านก็พยักหน้าส่งเอกสารกลับคืนเลขา "คุณยังเด็กคุณยังไม่เข้าใจ" นายกกล่าวเสร็จเดินเข้าห้องทำงาน
ตอนนี้มีประชาชนเดือดร้อน มายืนประท้วงหลังจากที่ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ นายกร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับประชาชน หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวอีกครั้ง นายกเชาว์ร่วมนั่งกินข้าวกับประชาชนพร้อมรับฟ้งความคิดเห็นชาวบ้านที่เดือดร้อน
ตอนนี้มีเรื่องใหม่ให้นายกแก้อีกแล้ว มีนโยบายด้านการธนาคารที่สื่อได้เขียนเตือนอีกครั้ง นโยบายผิดพลาด ไม่เปลี่ยนประเทศแย่แน่ สื่อลงเล่นอีกครั้ง แม้แต่นักวิชาการ นักการเมืองต่างวิจารณ์นโยบายของผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยาอีกครั้ง
..ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง..
นายกเชาว์จึงเข้ามาแก้ปัญหารับฟังข้อคิดเห็นจากนักวิชาการ ทุกคนดีใจที่รับฟังเสียงเตือนยังดีกว่าผู้ว่าธนาคารที่ทำเป็นเฉย
ขายหมดทุกอย่างแม้แต่ประเทศก็ขาย ตอนนี้มีการชุมนุมประท้วงถือป้ายด่านายกกันใหญ่ ผู้ต่อต้านนายกเชาว์ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจเกือบทุกคนเป็นผู้มีความรู้
"ท่านครับจะดีหรือครับมีการชุมนุมขับไล่ท่าน" เลขาติดตามนายมานานรู้สึกเป็นห่วงนาย "เราประเทศประชาธิปไตยต้องรู้จักฟังความคิดเห็นทุกด้าน" นายกสอนเลขา
ตอนนี้การชุมนุมเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเลขากลัวว่านายจะแย่ "แบบนี้ไม่แย่หรือครับผมว่าปล่อยแบบนี้ไม่ดีแน่ๆ เปลี่ยนนโยบายเถอะครับ" เลขาผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเตือนนาย
"ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมแสดงให้คุณเห็น" นายกจัดการชุมนุมบ้างไม่น่าเชื่อทุกสารทิศมาชุมนุมกันเต็มท้องที่ไปหมด
"เห็นไหมเสียงผมยังเยอะเป็นลูกผู้ชายทำอะไรต้องมั่นใจ" นายกกล่าวกับเลขา
"ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องที่มาเพื่อผมวันนี้ผมจะแก้ปัญหาประเทศให้พ้นวิกฤตให้ได้ ผมเป็นคนใจกว้างเชื่อผมผมรับฟังเสียงทุกคน เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์" (ทุกคนโห่ร้องดีใจ นายกสู้ๆ นายกสู้ๆ นายกสู้ๆ....)
----------------- บทสรุป -----------------------
จากบทความสองช่วงแรกผมเอามาจากความทรงจำเนื้อเรื่องอาจจะไม่ตรงตำรากลยุทธ์ก็อย่าว่านะครับ
สิ่งที่เห็นเป็นพันเป็นหมื่นอาจเกิดจากกลุ่มคนเพียงหยิบมือเดียวก็ได้ สิ่งที่เห็นมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจริงๆอาจจะมีหมื่นมีแสนคอยอยู่ก็ได้ "อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น"
ปัจจุบันการศึกได้เปลี่ยนไปแล้วเป็นในรูปแบบสื่อมากกว่าสิ่งที่เราเห็นไม่ว่าอินเตอร์เน็ต ทีวี หนังสือพิมพ์หรือฟังจากวิทยุมันอาจจะเป็นเพียงการปลุกปั่นของคนเพียงบางกลุ่มไม่ถึงสิบคนก็ได้ คนที่มีอำนาจมีเงินและมีฐานเสียงเป็นล้านทำไมจะทำไม่ได้
คนบางกลุ่มโดนปิดหู ปิดตาจริงๆครับ บางคนทำนโยบายผิดพลาดไม่รู้ตัวเพราะมีแต่พวกคอยปิดหู ปิดตาไว้ เดินไปไหนมีแต่คนคอยจัดฉากแต่ดีๆให้เห็น ผมเคยเจอคนบางกลุ่มยังคิดว่าประเทศไทยประชาชนรวยมาก ไม่รู้เรื่องโลกจริงๆเลยว่าเป็นอย่างไร ถ้าไม่เชื่ออ่านเรื่อง "หลังม่านประวัติศาสตร์" ของเว็บผมนะครับ
เรื่องจริงๆของสังคมคือมีการรับจ้างด่า รับจ้างชม คนที่มีอำนาจไม่ใช่ไม่ฟังเสียงหรือทำเป็นหยิ่ง แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่รู้ครับว่าเสียงไหนจริง เสียงไหนจัดฉาก พวกมีอำนาจทำได้อย่างเดียวคือมั่นใจว่าทำอะไรก็ทำไปเลย ผู้นำบางคนจึงไม่ฟังเสียงดูแค่จีดีพีตัวเลขสวยๆเท่านั้น
ปัญหาที่เกิดคือถ้าผู้แก้ปัญหาไม่ได้มีความรู้จริงแล้ว บางครั้งมองปัญหาไม่ออก เข้าไปแก้ยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่หรือบางทีมีความรู้แต่มีปัจจัยนอกเหนือจากที่คิดไว้ ทำให้นโยบายไม่ประสบความสำเร็จก็ได้
นั้นคือปัญหาหากมีความผิดพลาดแล้ว พวกเขาเหล่านั้นไม่ไว้ใจผู้เตือนเพราะไม่รู้ว่าผู้เตือน เตือนเพราะอยากช่วยจริงๆหรือมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่
อย่าแปลกใจหากผู้มีอำนาจเป็นแบบนี้เพราะพวกเขาใช้วิธีนี้เดินขึ้นมาเหมือนกัน
--------------------------------------------------------------------------------- ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome เหมือนกันหมดครับ -------------------------------------------------------------------------------- ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่ ธนาคาร ไทยธนาคาร สาขา ย่อยจักรวรรดิ เลขที่บัญชี 068-2-04705-4 ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้
|