คัมภีร์มหาโกง Home | Profile | Archives | Friends
หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง

คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 11 เรื่องเสียงสวรรค์2007-Sep-5

แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน

16 เมษายน 2550

เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------
ผู้เขียนเข้าใจผิดเรื่องค่าชดเชย (คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 1 เรื่องบังเอิญกับเจ้านายเอื้ออาทรณ์) ต้องขอโทษจริงๆ ผู้เขียนจะระมัดระวังเรื่องแบบนี้มากขึ้น ผู้อ่านอ่านรายละเอียดเรื่องค่าชดเชยได้จากหนังสือทั่วไปหรือเว็บ
www.google.com พิมพ์คำว่า "ค่าชดเชย" มีข้อมูลให้อ่านเยอะครับ

ตอนที่ 11 เรื่องเสียงสวรรค์

"ใต้เท้าครับ ศัตรูมีทหารประมาณห้าพันนายครับ" นายกองรายงานต่อแม่ทัพ

แม่ทัพโมโหพร้อมยกจอกเหล้าลงบนพื้น
"ไหนสายสืบรายงานว่าฝ่ายศัตรูมีไม่ถึงหนึ่งพันนาย ไปตามสายสืบมาพบข้า"

สักพักผ่านไป
"ท่านมีเรื่องด่วนอันใดมิทราบ ท่านแม่ทัพ" สายสืบเข้ามาพร้อมใส่ชุดที่ไม่เหมาะสมต่อการเข้าพบ

ท่านแม่ทัพยืนมองสายสืบ
"ท่านบอกข้าว่าศัตรูมีไม่ถึงพันแต่ท่านดูสิ" แม่ทัพพูดเสร็จชี้ไปทางเขาเห็นฝุ่นบนเขาอย่างมาก

"ท่านคิดว่ามีทหารสักเท่าไร" แม่ทัพถามสายสืบ

"เกินหนึ่งพันแน่นอนยกโทษให้ข้าด้วย" สายสืบร้องขอชีวิต

"ทหาร จับมันไปประหาร"
"ครับ"
สายสืบโดนประหารชีวิต
ปรากฏว่าสายสืบไม่ผิดเพราะศัตรูใช้กลยุทธ์ให้ม้าวิ่งไปมา เพื่อให้ดูว่ามีจำนวนทหารกำลังเดินทัพอย่างมาก
--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--

"ท่านแม่ทัพกองไฟที่ศัตรูสุมไว้น้อยลงครับ"

แม่ทัพดูจำนวนกองไฟที่ศัตรูสุมไว้เห็นเลยว่าน้อยลงเรื่อยๆ และรอยเท้าม้าน้อยลงด้วย
"ดี เสบียงของศัตรูคงใกล้หมดลง จนต้องเอาม้ามากินแสดงว่ากองทัพของศัตรูกำลังอ่อนแอ สั่งให้ตามต่อไป" แม่ทัพสั่งกองทัพให้เดินตามศัตรูต่อ

เมื่อเจอที่พักของศัตรูที่ไหน กองสุมไฟและรอยเท้าม้ายิ่งน้อยลงเรื่อยๆ แม่ทัพยิ่งมั่นใจว่าอาหารของศัตรูหมดลงแล้ว ทหารกำลังขาดแคลนอาหารนั้นหมายถึงกองทัพกำลังอ่อนแอ
"เราต้องรีบตามไปเรื่อยๆ อีกไม่ช้าคงตามถึงแน่" แม่ทัพสั่งลูกน้องให้ตามต่อไป

แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆปรากฏว่ากองทัพของตัวเอง โดนศัตรูล้อมอยู่ด้วยกำลังพลมหาศาล


ตอนนี้แม่ทัพรู้ตัวแล้วว่าโดนศัตรูหลอกมาตลอด
--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--.--

ปัจจุบันกลยุทธ์เปลี่ยนไปแล้ว

/

/

/

/

 

"นายกช่วยเราด้วย นายกช่วยเราด้วย" เสียงประชาชนกำลังร้องเรียกให้นายกเชาว์ช่วย ในขณะที่นายกรัฐมนตรีประเทศไทยากำลังเยี่ยมชาวบ้าน

"ผมมาที่นี่เพราะมีเสียงเดือดร้อน ผมมาเพื่อแก้ไขยินดีรับฟังเสียงประชาชน" ท่านนายกเชาว์พูดบนเวที
(ชาวบ้านปรบมือ)

"เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์"
(ชาวบ้านโห่ร้องอย่างดีใจที่มีนายกเข้าใจประชาชน)

นายกเชาน์คนนี้เป็นนายกที่เข้ามากอบกู้หลังจากที่ประเทศเกิดวิกฤติเรื่องค่าเงิน ประชาชนต่างรอความหวังว่านายกท่านนี้จะเข้ามากอบกู้ประเทศ แต่แล้วนโยบายต่างๆที่ออกมาทำให้

เศรษฐกิจไม่ฟื้น ตกต่ำสุดขีด ข่าวหนังสือพิมพ์พาดหัวเกือบทุกสำนัก

นโยบายรัฐ ฆ่ารากหญ้า ข่าวในอินเตอร์เน็ต (internet) แพร่หลาย
ทุกคนต่างโพสด่ารัฐบาลอย่างเสียหาย ตอนนี้นายกเดินไปที่ไหนมีคนคอยเดินตามด่า

"ท่านนายกดูนี้สิครับ" เลขานายกเชาว์เอาคำด่านายกในอินเตอร์เน็ตมาให้นายดู
นายกเชาว์ดูส่วนใหญ่มีแต่ด่ามากกว่าชม นายกเปิดอ่านไปเรื่อยๆสักพักแล้วท่านก็พยักหน้าส่งเอกสารกลับคืนเลขา
"คุณยังเด็กคุณยังไม่เข้าใจ" นายกกล่าวเสร็จเดินเข้าห้องทำงาน

ตอนนี้มีประชาชนเดือดร้อน มายืนประท้วงหลังจากที่ราคาพืชผลเกษตรตกต่ำ
นายกร่วมทุกข์ ร่วมสุขกับประชาชน หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวอีกครั้ง นายกเชาว์ร่วมนั่งกินข้าวกับประชาชนพร้อมรับฟ้งความคิดเห็นชาวบ้านที่เดือดร้อน

ตอนนี้มีเรื่องใหม่ให้นายกแก้อีกแล้ว มีนโยบายด้านการธนาคารที่สื่อได้เขียนเตือนอีกครั้ง
นโยบายผิดพลาด ไม่เปลี่ยนประเทศแย่แน่ สื่อลงเล่นอีกครั้ง แม้แต่นักวิชาการ นักการเมืองต่างวิจารณ์นโยบายของผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยาอีกครั้ง

..ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง..


นายกเชาว์จึงเข้ามาแก้ปัญหารับฟังข้อคิดเห็นจากนักวิชาการ ทุกคนดีใจที่รับฟังเสียงเตือนยังดีกว่าผู้ว่าธนาคารที่ทำเป็นเฉย

ขายหมดทุกอย่างแม้แต่ประเทศก็ขาย
ตอนนี้มีการชุมนุมประท้วงถือป้ายด่านายกกันใหญ่ ผู้ต่อต้านนายกเชาว์ส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจเกือบทุกคนเป็นผู้มีความรู้

"ท่านครับจะดีหรือครับมีการชุมนุมขับไล่ท่าน" เลขาติดตามนายมานานรู้สึกเป็นห่วงนาย
"เราประเทศประชาธิปไตยต้องรู้จักฟังความคิดเห็นทุกด้าน" นายกสอนเลขา

ตอนนี้การชุมนุมเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเลขากลัวว่านายจะแย่
"แบบนี้ไม่แย่หรือครับผมว่าปล่อยแบบนี้ไม่ดีแน่ๆ เปลี่ยนนโยบายเถอะครับ" เลขาผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเตือนนาย

"ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมแสดงให้คุณเห็น"
นายกจัดการชุมนุมบ้างไม่น่าเชื่อทุกสารทิศมาชุมนุมกันเต็มท้องที่ไปหมด

"เห็นไหมเสียงผมยังเยอะเป็นลูกผู้ชายทำอะไรต้องมั่นใจ" นายกกล่าวกับเลขา

"ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องที่มาเพื่อผมวันนี้ผมจะแก้ปัญหาประเทศให้พ้นวิกฤตให้ได้ ผมเป็นคนใจกว้างเชื่อผมผมรับฟังเสียงทุกคน เสียงประชาชนคือเสียงสวรรค์"
(ทุกคนโห่ร้องดีใจ นายกสู้ๆ นายกสู้ๆ นายกสู้ๆ....)

----------------- บทสรุป -----------------------

จากบทความสองช่วงแรกผมเอามาจากความทรงจำเนื้อเรื่องอาจจะไม่ตรงตำรากลยุทธ์ก็อย่าว่านะครับ


สิ่งที่เห็นเป็นพันเป็นหมื่นอาจเกิดจากกลุ่มคนเพียงหยิบมือเดียวก็ได้
สิ่งที่เห็นมีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจริงๆอาจจะมีหมื่นมีแสนคอยอยู่ก็ได้
"อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น"

ปัจจุบันการศึกได้เปลี่ยนไปแล้วเป็นในรูปแบบสื่อมากกว่าสิ่งที่เราเห็นไม่ว่าอินเตอร์เน็ต ทีวี หนังสือพิมพ์หรือฟังจากวิทยุมันอาจจะเป็นเพียงการปลุกปั่นของคนเพียงบางกลุ่มไม่ถึงสิบคนก็ได้ คนที่มีอำนาจมีเงินและมีฐานเสียงเป็นล้านทำไมจะทำไม่ได้

คนบางกลุ่มโดนปิดหู ปิดตาจริงๆครับ บางคนทำนโยบายผิดพลาดไม่รู้ตัวเพราะมีแต่พวกคอยปิดหู ปิดตาไว้ เดินไปไหนมีแต่คนคอยจัดฉากแต่ดีๆให้เห็น ผมเคยเจอคนบางกลุ่มยังคิดว่าประเทศไทยประชาชนรวยมาก ไม่รู้เรื่องโลกจริงๆเลยว่าเป็นอย่างไร ถ้าไม่เชื่ออ่านเรื่อง "หลังม่านประวัติศาสตร์" ของเว็บผมนะครับ

เรื่องจริงๆของสังคมคือมีการรับจ้างด่า รับจ้างชม คนที่มีอำนาจไม่ใช่ไม่ฟังเสียงหรือทำเป็นหยิ่ง แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่รู้ครับว่าเสียงไหนจริง เสียงไหนจัดฉาก พวกมีอำนาจทำได้อย่างเดียวคือมั่นใจว่าทำอะไรก็ทำไปเลย ผู้นำบางคนจึงไม่ฟังเสียงดูแค่จีดีพีตัวเลขสวยๆเท่านั้น

ปัญหาที่เกิดคือถ้าผู้แก้ปัญหาไม่ได้มีความรู้จริงแล้ว บางครั้งมองปัญหาไม่ออก เข้าไปแก้ยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่หรือบางทีมีความรู้แต่มีปัจจัยนอกเหนือจากที่คิดไว้ ทำให้นโยบายไม่ประสบความสำเร็จก็ได้

นั้นคือปัญหาหากมีความผิดพลาดแล้ว
พวกเขาเหล่านั้นไม่ไว้ใจผู้เตือนเพราะไม่รู้ว่าผู้เตือน เตือนเพราะอยากช่วยจริงๆหรือมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่

อย่าแปลกใจหากผู้มีอำนาจเป็นแบบนี้เพราะพวกเขาใช้วิธีนี้เดินขึ้นมาเหมือนกัน

 


---------------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย
http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome เหมือนกันหมดครับ
--------------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน

* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้

Post Comment

Entry 14 of 24
Last Page | Next Page