| ||
| หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง |
| ||
แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน
30 เมษายน 2550
เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ตอนที่ 13 เรื่องผมเป็นกลาง
เมืองที่อยากเจริญต้องตีเมืองอื่นให้ได้ เพื่อขยายอำนาจ อันนี้ไม่แตกต่างกับธุรกิจของนายเกรียง เกรียงเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จากขั้นแรกเกรียงเป็นนักหนังสือพิมพ์ในที่ใหญ่แห่งหนึ่ง แต่ด้วยอุดมการณ์ที่ตนตั้งไว้ ทำให้ขอลาออก เพราะไม่ยอมสงบต่อเจ้านายที่ขอร้องแกมบังคับ ให้เกรียงเขียนเชียร์นักธุรกิจขี้โกง เพราะนายทุนเป็นผู้ลงโฆษณาให้กับหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่
ช่วงเวลานั้นเกรียงขอลาออกเพราะทนไม่ได้กับพฤติกรรมนายทุน เกรียงมาเป็นนักหนังสือพิมพ์เล็กๆดีกว่า อย่างน้อยที่นี้ให้สัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับข้อความของเกรียง แต่เกรียงต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เขียน
เกรียงคิดว่าใหญ่ในที่เล็กยังดีว่าไปเล็กในที่ใหญ่ ด้วยความที่เกรียงและหัวหน้าหนังสือพิมพ์ของเกรียงมีความเป็นกลาง อันไหนทำว่าดีก็ว่าไปตามจริงว่าดี อันไหนที่ว่าไม่ดีก็ว่าไปตามจริงว่าไม่ดี ถึงเกรียงจะมีความฝันในโลกอุดมคติแต่ไม่ลืมความจริงในโลกปัจจุบัน หัวหน้าเกรียงและเจ้าของหนังสือพิมพ์บางครั้งก็ต้องลดความรุนแรง แต่ไม่ลืมความจริงที่เปิดให้สังคมรับรู้ หัวหน้าบอกเกรียงเสมอว่าคนเราต้องมีการยืดหยุ่นบ้าง
ตอนนี้อายุเกรียงมากขึ้นเกรียงเป็นผู้บริหารของหนังสือพิมพ์ยักษ์เล็ก แม้ไม่ทำให้ยอดเป็นอันดับหนึ่งแต่บทความของหนังสือพิมพ์เกรียงเป็นที่สนใจของประชาชน เกรียงไม่หยุดเท่านี้ เพราะเกรียงคิดว่าเราต้องขยายธุรกิจไปเรื่อยๆเพื่อความก้าวหน้า เกรียงจับธุรกิจข่าวอินเตอร์เน็ตและธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ไม่ว่าโฆษณา วิทยุ แม้กระทั่งเพลง ไม่ว่าเกรียงจะจับอะไรประสบความสำเร็จไปหมดเพราะเกรียงมีอุดมการณ์ที่เกรียงไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือ "ความเป็นกลาง"
เวลามีพวกจ้องทำลายเกรียง คอยจับผิดวิจารณ์บทความในหนังสือพิมพ์ หรืออินเตอร์เน็ตว่าไม่เป็นกลาง เพราะคอยเลียรัฐบาลหรือนายทุนที่มาลงโฆษณาให้กับธุรกิจในเครือของเกรียง แต่ทุกอย่างพิสูจน์ได้ เกรียงตอบเสมอว่าให้ผู้บริโภคตัดสินว่า เกรียงเป็นกลางหรือไม่
แน่นอนไม่มีใครจับผิดเกรียงได้เลย เกรียงเป็นกลางอย่างแท้จริงเพราะอุดมการณ์นี้ทำให้เกรียงได้รางวัลนักธุรกิจหน้าใหม่ดีเด่น และนักหนังสือพิมพ์ดีเด่นด้วยเช่นกัน ตอนนี้เกรียงอายุมากขึ้นแล้ว อยากหาใครสักคนที่ไว้ใจได้มาเป็นผู้สืบทอดอุดมการณ์ของเกรียง คงมีแต่รุ่นน้องเกรียงเท่านั้นที่ทำงานกับเกรียงมานานนับสิบๆปี
"คุณทำงานกับผมมาก็นานแล้ว ผมอยากจะมอบตำแหน่งผู้บริหารให้แก่คุณ" นายศักดิ์ชลพูดถ่อมตัว
"คุณเกรียงจะวางมือแล้วหรือครับ"
"ก็ไม่เชิงหรอก แต่คงอีกสักพักวิชาที่ผมมีก็อยากจะหาลูกน้องที่กล้าสานต่องานของผม คุณพร้อมที่จะสืบทอดอุดมการณ์ผมหรือเปล่า"
"ผมคงต้องดูการทำงานของคุณอีกนานครับ กว่าจะได้ถึงขั้นนั้น" "ผมไม่ได้ดูถูกคุณนะ แต่ผมอยากรู้จากปากคุณ ผมถามจริงๆคุณทำงานเคยรับเงินไหม"
นายศักดิ์ตอบทันทีว่าไม่เคยรับแม้แต่บาทเดียว
"แต่ผมสืบประวัติการเงินและเรื่องส่วนตัวคุณบางอย่างแล้ว คุณมีการรับเงิน คุณหลอกผมไม่ได้หรอก"
นายศักดิ์รู้ดีว่าตัวเองทำงานมานานนายน่าไว้ใจ ไม่น่าโดนตรวจสอบ แต่ยอมรับเพราะรู้ความสามารถและอิทธิพลของนายดี ทำให้ยอมรับตรงๆกับนาย "คุณรู้อยู่แล้วว่าผมเคยรับเงินแล้วคุณเกรียงเรียกผมมาเพื่ออะไร อยากไล่ผมออกหรืออยากประจานผม"
"เปล่าหรอก เพราะคุณเป็นแบบนี้ผมถึงเลือกคุณไง"
นายศักดิ์สับสนเพราะนายของตัวเองเป็นผู้มีอุดมการณ์สูง แม้แต่ตัวนายศักดิ์ยังยกย่องนายโดยดุษฏี "อย่าคิดมาก คุณคิดว่าผมมีอุดมการณ์หรือ นี้เป็นโลกแห่งความเป็นจริงนะคุณศักดิ์" ผู้บริหารถามลูกน้อง
"แต่ผมเห็นผลงานของคุณเกรียงเป็นกลางนะครับ ใครๆก็ชื่มชม แม้แต่ตัวผมเองยังยอมรับคุณ"
"กลางเกินมันมีที่ไหนกัน ใครมันจะไปด่าไม่ลืมหูลืมตาเหมือนนายสุขุม ผมบอกเคล็ดลับเฉพาะคุณเท่านั้น คุณต้องสังเกต ปกติผมจะชมทั้งสองฝั่งและด่าทั้งสองฝั่งใช่ไหม"
นายมองหน้านายศักดิ์ไม่ผิดหวังนายศักดิ์ไม่ทำหน้าตกใจ แต่ตั้งใจฟังอย่างดี สมกับเป็นผู้สืบทอดที่นายเกรียงตั้งใจไว้ "ธุรกิจผมไม่ว่าวงการเพลง โฆษณา หรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ ผมก็ทำแบบนี้ ไม่ใช่ไม่ยกย่องศัตรูด้วยการไม่เปิดเพลง หรือไม่จัดอันดับให้ แต่เราจะให้เข้าบ้างบางอัน นานๆทียกขึ้นอันดับหนึ่งสักครั้ง จะได้ไม่มีใครว่าเราได้ไง" นายอธิบายเพิ่มเติม
"แล้วคุณเกรียงได้อะไรครับ"
"คุณคิดว่าผมอยู่โลกแห่งความฝันเหรอ คุณว่าที่ผมก้าวมาถึงตรงนี้เพราะอุดมการณ์เหรอ อุดมการณ์มันกินไม่ได้ มันไม่สามารถให้ผมยืนบนที่สูงได้ สิ่งที่ทำให้ผมมีอยู่ทุกวันนี้ได้ เพราะผมรู้จักเข้านายใหญ่เข้าใจไหม ผมยืนอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงต่างหาก"
ผู้บริหารเรียกลูกน้องเข้ามาเป็นบุคคลร่างใหญ่สองนาย เป็นผู้ติดตามนายเกรียงเสมอ
นายศักดิ์มองหน้านายเกรียงและเห็นลูกน้องถกเสื้อสูทขึ้นมา เห็นปืนที่แนบกับกางเกงของลูกน้อง
"ผมไม่บังคับคุณหรอกคุณศักดิ์" ---------------------------------------------------
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
* ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้ | ||
| Post Comment |
| Entry 12 of 24 |
| Last Page | Next Page |