| ||
| หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง |
| ||
แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน
7 พฤษภาคม 2550
เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
สังคมไทยดูเหมือนหนีไม่พ้นวงจร ที่ไม่อาจเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มใบได้ หากย้อนกลับไปการรัฐประหาร ปี 2534 ในสมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่มีการนำรัฐประหารโดยพล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ช่วงนั้นเศรษฐกิจกำลังเติบโตไปได้ดี แต่มีข่าวเรื่องการโกงกิน จนต้องมีการรัฐประหารอันเป็นสาเหตุให้เศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้ง สังคมไทยที่มักอ้างว่า โกงได้ไม่เป็นไรขอให้ทำงานก็พอ ยังใช้ไม่ได้กับสังคม ทหาร
แต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมานั้น นับได้เป็นครั้งที่สิบ ครั้งนี้ได้พิสูจน์ถึงบทบาท ทหาร อีกครั้ง โดยมีแกนนำคือพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน การกระทำดังกล่าวบอกถึงประชาธิปไตยในสังคมไทยได้เป็นอย่างดีว่า ประชาธิปไตยในประเทศไทยได้ถอยหลังอีกครั้งหนึ่ง การรัฐประหารครั้งนี้ ไม่ต่างจากครั้งก่อนที่ทหารอ้างว่า การบริหารบ้านเมืองที่บริหารโดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีการทำงานไม่โปร่งใสหรือเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องตน และยังกล่าวอ้างว่า ภาคการตรวจสอบถูกแทรกแซงโดยผู้บริหารบ้านเมืองอย่างนายทักษิณ จึงทำให้ทหารเข้ามาตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ว่ายุคสมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ต่อพวกพ้องของตนเองจริง
แต่ไม่ว่าอย่างไร สิ่งที่ตามมาของการรัฐประหารทุกครั้งคือ ความน่าเชื่อของประเทศไทยต่อสังคมโลก ต้องอยู่ในลักษณะที่แย่ลง จนทำให้รัฐบาลเชิญท่านฑูตในประเทศต่างๆเข้ามาชี้แจง แต่ดูเหมือนว่า ขณะนี้ภาพลักษณ์ดังกล่าวยังไม่กระเตื้องไปในทางที่ดีขึ้น นอกจากนี้หลังจากที่บริหารบ้านเมืองที่นำโดยพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในยุคทหารครองเมืองดูเหมือนว่า เศรษฐกิจในประเทศไทยแย่ลง การทำงานไม่ทันใจประชาชนที่รอลุ้นผลงานให้ได้ตามที่คาดหวังไว้ หรือแม้แต่ปัญหาไฟใต้กลับเพิ่มมากขึ้นยังรวมไปถึงการวางระเบิดในกรุงเทพ และปัญหาต่างๆที่สะสมไว้ในสมัยพ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตร ที่ทหารเคยสัญญากับประชาชนไว้ว่า จะเข้ามาแก้ไขปัญหาก็ยังแก้ไม่ได้
ฉายาฤาษีเลี้ยงเต่าจะเป็นจริงหรือเป็นเพียงภาพลวงตา คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จนถึงที่สุดอีกครั้ง ถึงอย่างไรการรัฐประหารครั้งนี้จะทำให้ประชาธิปไตยในประเทศไทยถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อเดินไปข้างหน้าสิบก้าว หรือจะถอยหลังลงคลองคงต้องให้ทหารพิสูจน์ผลงานตัวเองอีกครั้ง แต่ไม่ว่าอย่างไรสิ่งหนึ่งที่สังคมไทยหนีไม่พ้นคือ ทหารยังคงต้องมีบทบาทร่วมกับการเมืองไทยไปอีกนาน
สมดังสโลแกนทหารที่ว่า "เป็นทหารทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด" "ครับ นั้นเป็นตอนพิเศษที่ทางรายการจัดขึ้น เรื่องบทบาททหารกับการเมืองไทย ก่อนปิดรายการคุ้ยขึ้นมาแฉวันนี้ ผมอยากให้ผู้ดำเนินรายการวิเคราะห์หน่อยครับ คิดว่ารัฐประหารครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะความต้องการของประชาชน หรือเกิดขึ้นเพราะอะไร เชิญคุณนักวิเคราะห์1ก่อนครับ"
นักวิเคราะห์1 : ความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการทำงานที่โปร่งใส การรัฐประหารครั้งนี้เกิดเพราะรัฐบาลคดโกงแน่นอน ดูได้จากดอกไม้ที่ประชนชนแจกตอนรัฐประหารให้สิครับ
นักวิเคราะห์2 : ตรงนี้ผมเห็นด้วยกับคุณนักวิเคราะห์1แม้ว่าผมไม่จะเห็นด้วยกับวิธีการสักเท่าไร แต่อย่าลืมว่ารัฐบาลคุณทักษิณได้แทรกแซงไปทุกองค์กร ถ้าไม่มีรัฐประหารก็ยากที่จะตรวจสอบได้
นักวิเคราะห์3 : ผมว่ารัฐประหารครั้งนี้ต้องมีนัยอะไรบ้างอย่าง ทำไมถึงต้องใส่เกียร์ว่างจนป่านนี้ยังไม่มีความคืบหน้า คงต้องรอดูอีกสักระยะ
ไขก๊อก : ผมว่าไม่เห็นยากเลย นโยบายรัฐที่วางไว้เริ่มมีสัญญาณว่าเกิดหนี้ไม่ก่อรายได้(หนี้เน่า)เพิ่มขึ้น คุณทักษิณคงวางแผนที่จะให้ใครสักคนมาเป็นแพะรับบาปเรื่องนี้ เลยวางแผนให้เกิดรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้คุณเริ่มดูไม่ออกใช่ไหมว่าเศรษฐกิจเริ่มแย่(ฟองเริ่มแตก) หรือหนี้เน่าเพิ่มขึ้นเป็นเพราะนโยบายรัฐบาลในสมัยคุณทักษิณ หรือเป็นเพราะรัฐประหารกันแน่ ผมเชื่อคำที่พวกคุณชอบพูดกัน
----------------------------------------------------------
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไป ผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
| ||
| Post Comment |
| Entry 11 of 24 |
| Last Page | Next Page |