| ||
| หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง |
| ||
แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน
25 มิถุนายน 2550
เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ในทางการตลาดนั้นทุกบริษัทย่อมมีเป้าหมายคืออยากเป็นที่หนึ่งในตลาดหรือทำอย่างไรให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการให้มากที่สุด บางบริษัทเป็นบริษัทอันดับหนึ่งอย่างเช่นบริษัท A ซึ่งมีบริษัท B และบริษัท C เป็นที่สองและที่สามตามลำดับ
ตอนนี้บริษัท A กำลังมาแรงและแย่งส่วนแบ่งตลาดได้มากเกินหน้าเกินตา บริษัท B และบริษัท C นั่งไม่ติดต้องจับมือร่วมกันเป็นพันธมิตรเพื่อแข่งกับบริษัท A โดยเฉพาะ
....ณ บริษัท C ....
"สวัสดีค่ะ บริษัท C ยินดีให้บริการค่ะ" เสียงหวานๆของโอเปอร์เรเตอร์ กล่าวทักทายลูกค้า
"นี้มันอะไรทำไมถึงบริการแย่แบบนี้ ฉันเป็นลูกค้ามาตั้งนานไม่คิดว่าได้เจอพนักงานที่ไม่ได้รับการอบรม" ลูกค้าหญิงที่เปล่งวาจาไปตามสาย เธอปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่
"ค่ะ ก่อนอื่นขอทราบละเรียดคร่าวๆก่อนนะค่ะ" "ฉันเลือกซื้อของสินค้าในร้านคุณ บริการแย่มาก หน้าตาไม่ยิ้มแย้มไม่เท่าไร แต่ว่าฉันว่าเรื่องมาก"
พนักงานตอบรับบอกว่าผู้จัดการมีประชุม แต่ถึงอย่างไรลูกค้าคนนี้ก็จะรอ เธอไม่ยอมท่าเดียว ท้ายสุดลูกค้าอยากคุยกับผู้จัดการมาก จนพนักงานต้อนรับตอบกลับไปว่า
"รอสักครู่ ค่ะ"
.............. ผ่านไปสักระยะ ...........
"ครับ ผมผู้จัดการครับ"
เธอบ่นกับผู้จัดการ สำหรับผู้จัดการใจเย็นรับฟังลูกค้าด้วยอย่างดี ในแต่ละวันพนักงานตอบรับทางโทรศัพท์จะโดนแบบนี้ทุกวัน บางคนโชคดีเจอลูกค้าที่เข้าใจ บางคนโชคร้ายมีลูกค้าด่าพนักงานเหมือนพนักงานเป็นสุขาเป็นที่ระบายสิ่งที่อัดอั้นมานาน จนกระทั่ง
บริษัท C คิดว่าเรื่องแบบนี้บริษัทไหนก็เจอเราเป็นทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ ไฟที่กำลังเผาเริ่มแรงขี้นเรื่อยๆทองที่เคยติดไว้ค่อยๆละลาย
ตอนนี้ยอดสั่งสินค้าของบริษัท C ลดลงอย่างไม่น่าเชื่อเพราะลูกค้าไม่มั่นใจว่าเว็บที่เข้าเป็นของบริษัท C จริงหรือไม่ ลูกค้าไม่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีที่ใช้
บริษัท C พยายามติดตามว่าต้นทาง (Server) เวบปลอมมาจากที่ไหน แต่คงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะหาเจอ แน่นอนโจรฉลาดย่อมไม่ให้ต้นทางตั้งอยู่ภายในประเทศแน่ บริษัท C ไม่วิกฤตกับเรื่องแค่นี้เพราะฐานบริษัทแข็งแกร่ง จากประสบการณ์การบริการหลังการขายจนลูกค้ายังเชื่อถือ แม้เป็นบริษัทอันดับสามแต่ผลประกอบการกำไรยังดีอยู่มากจนมีแนวโน้มในอนาคตว่าอาจจะแซงบริษัท B ได้
.............. ผ่านไปสักระยะ ........... ลูกชายบริษัท C ต่อยเพราะแย่งผู้หญิงในผับ
อะไรๆดูเหมือนมันประดังเข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งประธานต้องทำบุญบริษัทครั้งใหญ่ แต่บุญนี้อยู่ได้ไม่นาน บริษัท C มีข่าวอีกสินค้าไม่ได้คุณภาพ คนใช้สินค้าโว้ยวาย พนักงานด่าลูกค้าอย่างเสียหาย มักจะมีข่าวทำนองนี้ขึ้นมาเรื่อยๆ จนยอดของบริษัทปีนี้ตกลงเมื่อเทียบกับยอดของปีที่แล้วในไตรมาสเดียวกัน
"ดิฉันว่าต้องมีใครวางแผนทำลายเราแน่" คุณจินดาหัวหน้าฝ่ายบุคคลเสนอขึ้นมา
"แล้วคุณคิดว่าฝ่ายไหนคิดทำลายเรา" คมสันผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศเสนอขึ้นมา
"ดิฉันว่าต้องเป็นบริษัท A หรือ บริษัท B ค่ะที่ทำลายเรา"
"ผมว่าไม่ใช่บริษัท B หรอกเพราะว่าพึ่งเป็นพันธมิตรเรา จะไปทำให้สงสัยตัวเองทำไม อีกอย่างบริษัท B ก็มีปัญหาเหมือนเราไม่ใช่เหรอ" คมสันอ่านอินเตอร์เน็ตบ่อยมักเห็นคนบ่นเรื่องการบริการของบริษัท B อยู่เหมือนกัน
ประธานบริษัทฟังความคิดเห็นลูกน้องหลายคนเสนอขึ้นมา ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นปัญหาที่ทำให้บริษัทวุ่นวาย ไม่ได้ทำงานมั่วแต่ตรวจสอบว่าใครแกล้งใคร
"เรื่องนี้ต้องเป็นบริษัท A แน่ เห็นเรามีพันธมิตรเลยอยากทำลาย ต้องเล่นมันคืน" ประธานบริษัท C คิดอย่างโมโห ----------- บทสรุป -------------
ในวงการธุรกิจไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ทุกคนมองในเรื่องผลประโยชน์ที่จะรักษาฐานไว้ให้มั่นคงที่สุด
ถ้าบริษัท A เป็นตัวการที่คอยทำลาย บริษัท C แล้ว ทำไมถึงไม่แกล้งบริษัท B ด้วย แต่เล่นงานเฉพาะบริษัท C มากกว่า โดยที่บริษัท B โดนนิดหน่อยเท่านั้นเองเพราะคำตอบที่แท้จริงคือ
บริษัท B คือผู้ร้ายตัวจริง
บางคนมีนิสัยอย่างหนึ่งคือตัวเองไม่ประสบความสำเร็จ จึงไม่อยากให้คนอื่นประสบความสำเร็จด้วย แทนที่จะคิดแข่งขันด้านคุณภาพสินค้า การบริการ การหาอาวุธใหม่ๆที่ใช้เรียกลูกค้าแต่กลับหาอาวุธใหม่ๆไว้ทำลายคู่แข่งมากกว่า พนักงานนั้นต้องคอยรองรับอารมณ์หลากหลายผู้คน บางคนโดนบีบจากการแกล้งของลูกค้า(คู่แข่ง)ก็มี เมื่อถึงจุดที่ตัวเองทนไม่ไหวจึงระเบิดอารมณ์ออกมา แน่นอนคู่แข่งของคุณคอยจังหวะที่จะฉวยโอกาสนี้อยู่ และเตรียมพร้อมประชาสัมพันธ์เรื่องไม่ดีให้คนทั่วได้รับทราบ
สุดท้ายถ้าทำให้ลูกค้าขาดความเชื่อมั่นในบริษัท C แล้วอย่างน้อยลูกค้าบางส่วนจะมาอยู่บริษัท B หรือบางทีปล่อยให้บริษัท C ระแวง A จนกระทั่งทั้งคู่คือบริษัท C และ A ทะเาะกันเอง พยายามหาจุดอ่อนด้วยกันเอง ท้ายสุดบริษัทที่ได้ชิ้นปลามันคือบริษัท B โดยที่บริษัท B ไม่ต้องลงแรงอะไรมากมาย
ถ้าคุณกำลังโดนใครสักคนหวังดีจับคู่ให้กัดกัน โปรดจำไว้เถอะคุณเองไม่ใช่มิตรแท้ของพวกเขาเหมือนกัน ดังกลยุทธ์ที่ว่า
ผมลืมบอกไปว่าน้ำหยดลงหิน หินมันยังกร่อน แล้วนับภาษาอะไรกับคนไม่ทิ้งบริษัท C ไปหาบริษัทอื่น
* ของแถม * --------------------------------------------------------------------------
ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น
แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไปผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน
| ||
| Post Comment |
| Entry 5 of 24 |
| Last Page | Next Page |