คัมภีร์มหาโกง Home | Profile | Archives | Friends
หลายเสียงสะท้อนแล้วว่าโกง

คัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 23 เรื่องอาจารย์ของหนู2007-Sep-7

แต่งและเขียนเรื่องโดย เซบาสเตียน

 

1 สิงหาคม 2550

 

เรื่องนี้เป็นจินตการของผู้แต่งเท่านั้น หากชื่อบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์ตรงกับใคร ทางผู้จัดทำ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
--------------------------------------------------------------
ตอนที่ 23 เรื่องอาจารย์ของหนู
 
 "ครับ...นักเรียน ถ้าเราอยากให้ภาพที่ตัดต่อไว้ดูไม่ลอยขึ้นมาเหมือนภาพหลอก เราอาจจะใช้เครื่องมือที่ให้ภาพกลืนไปกับฉากหลังเหมือนที่ผมกำลังทำให้ดู"

 

 นักเรียนสายอาชีพของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง กำลังฟังอาจารย์วิทยาสอนวิชาตกแต่งภาพ

 

 "เป็นไงทำได้ไหม ถ้าเราทำแบบนี้จะได้ภาพที่กลมกลืนมากขึ้น ดูภาพไม่ลอยขึ้นมาเหมือนตัดต่อ สิ่งสำคัญคืออย่าลืมเรื่องพื้นฐานของระยะวัตถุเช่นระยะใกล้วัตถุจะใหญ่ขึ้นและระยะไกลวัตถุเล็กลงด้วยนะครับ มีใครทำไม่ได้บ้าง"  อาจารย์กวาดสายตามองลูกศิษย์

 

 ทุกคนก้มหน้าก้มตาทำอย่างขะมักเขม้น

 

 "..'จารย์ขา  ..'จารย์ขา สอนแบบนี้ได้หรือเปล่าอยากทำได้บ้างค่ะ"
 รัชนีเป็นนักเรียนคนหนึ่งที่อยู่ในห้องของอาจารย์วิทยา เธอชี้นิ้วไปทางรุ่นพี่คนหนึ่งที่ตกแต่งรูปคนโดยทำแสงรัศมีเปล่งออกมารอบๆตัวอย่างสวยงาม

 

 "เอาอีกแล้ว เอาอีกแล้วนายหนุ่ม ครูบอกเธอกี่ครั้งแล้วอย่าแกล้งรุ่นน้องแบบนี้ ชอบเข้ามาป่วนอยู่เรื่อยเลย"
 นายหนุ่มที่อาจารย์กล่าวถึงเป็นรุ่นพี่อยู่ปีสองที่ชอบแอบเข้ามาป่วนรุ่นน้อง

 

 "นักเรียน เดี๋ยวพวกเธอได้เรียนเหมือนกันตอนนี้เรียนตามขั้นตอนก่อนนะ"

 

 "ไม่เอาค่ะครู หนูอยากทำได้แบบนี้บ้างค่ะ" รัชนีไม่ยอมเพราะรุ่นพี่ทำออกมาได้อย่างสวยงาม เธอเห็นรุ่นพี่ทำแบบนี้จึงอยากทำบ้าง

 

 เพื่อนในห้องมุ่งดูรุ่นพี่ทำภาพออกมาได้อย่างงดงาม นักเรียนในชั้นต่างอยากทำแบบนี้บ้างโวยวายกันใหญ่ขอร้องให้รุ่นพี่ช่วยสอนแต่รุ่นพี่ไม่ยอมสอน สุดท้ายนักเรียนมาเร้าอาจารย์แทน 
 
 "พวกเธอเนี้ยไม่ไหวเลยชอบแกล้งรุ่นน้อง วันหลังครูไม่ให้เข้ามาในห้องเรียนแล้วนะเอาล่ะครูสอนให้ก็ได้แต่ไม่อยากให้ข้ามขั้นตอนเลย" ถึงอาจารย์เป็นคนขึ้บ่นอย่างน้อยเป็นคนใจดี ยอมสอนข้ามขั้นตอนให้กับนักเรียน อาจารย์สอนไปว่ารุ่นพี่ไปที่ทำให้การเรียนการสอนไม่เป็นลำดับขั้นตามที่ตนวางไว้

 

 นักเรียนทุกคนในห้องดีใจที่อาจารย์ยอมสอน นินทารุ่นพี่กันใหญ่ชอบมาทำให้อยากแล้วจากไป รัชนีและเพื่อนๆได้ทำภาพสมใจอยากแถมชมอาจารย์ที่ไม่หวงความรู้เหมือนรุ่นพี่บางคน

 

 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องเรียนนั้นมีเด็กนักเรียนคนหนึ่งมองอย่างไม่ละสายตา  



วาลิการ.....กำลังมองดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้อง
เธอเป็นนักเรียนคนหนึ่งในชั้นเรียนเดียวกับรัชนี วาลิการนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงชอบอาจารย์วิทยาเพราะวาลิการรู้ดีว่านิสัยของอาจารย์เป็นอย่างไร เธอมีประสบการณ์โดยตรง
 .................

 

 ก๊อก ก๊อก ก๊อก
 "อาจารย์ขา....หนูมีเรื่องอยากปรึกษาค่ะ" สาวน้อยวัยใสเคาะประตู
 
 "เข้ามาสิตัวแสบ" เสียงอาจารย์เรียกนักศึกษาให้เข้ามา อาจารย์ไม่จำเป็นต้องถามชื่อเพราะตัวแสบในโรงเรียนมีคนเดียวเท่านั้นคือวาลิการ

 

 "อาจารย์ขาาาาา หนูไม่มีหัวทางศิลป์ค่ะ ทำอย่างไรดีค่ะ"

 

 "ดูผลงานที่เธอส่งมาครูว่าจินตนาการเธอดีมาก แต่ต้องรู้จักฝึกฝนบ่อยๆแล้วฝีมือจะดีขึ้นเอง ครั้งแรกครูทำยังทำได้ไม่ดีเท่าเธอเลยนะ" อาจารย์วิทยาให้กำลังใจ

 "ที่สำคัญอย่าให้เพื่อนทำงานให้หรือก๊อบปี้ที่อื่นมาส่งอาจารย์อย่างเด็ดขาด"

 

 วาลิการมองหน้าอาจารย์เธอยิ้มให้อาจารย์
 "อาจารย์ค่ะ พ่อไม่ค่อยสนใจหรอกว่าหนูเรียนยังไง ขอแค่ได้เกรดสวยเหมือนหน้าตาหนูไปอวดท่านก็พอค่ะ"

 

 อาจารย์วิทยาเข้าใจที่เธอพูด ที่นี้เป็นโรงเรียนขึ้นชื่อว่าคนมีฐานะมาเรียน อาจารย์วิทยาเคยเจอเรื่องแบบนี้ไม่บ่อยแต่พอรู้ทัน
 "อาจารย์ว่าถ้าเรารู้จักตั้งใจจริงๆงานทุกอย่างจะออกมาดีเอง เดี๋ยวอาจารย์ต้องเตรียมแผนการสอนก่อนนะ เธอมีอะไรอยากถามอีกไหม"

 

 วาลิการรู้แล้วว่าความหมายของอาจารย์คืออะไร นี้สินะที่เราเรียกอาจารย์ได้อย่างสนิทใจเงินไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้ วาลิการมองอาจารย์ผิดไป อาจารย์เป็นคนแรกที่เงินซื้อไม่ได้ ที่เธอรู้จักใช้เงินกับเรื่องแบบนี้เพราะพื้นเพครอบครัวเธอ ชอบสอนให้เธอเอาเงินนำทุกอย่างในการแก้ปัญหาชีวิต แม้ว่าเธอจะได้บทเรียนนี้จากอาจารย์วิทยาอย่างไร  วาลิการยังไม่ทิ้งนิสัยเดิมคือใช้เงินแก้ปัญหาเพื่อรักษาประวัติเธอ

 

 ในที่สุด เธอจ้างเพื่อนทำงานให้สำหรับเธอเงินซื้อได้ทุกอย่าง.....
 .....
 ...
 ..
 .


 "ครับ ภาพนี้เป็นการตัดต่อแน่นอนสังเกตได้จากสียังไม่เนียนพอและภาพยังดูหลอกตา" อาจารย์เปิดรูปให้ผู้ชมทางบ้านดูพร้อมอธิบายเรื่องภาพในรายการคุ้ยขึ้นมาแฉ ตอนนี้เสนอเกี่ยวกับภาพตัดต่อของดาราที่มักมีข่าวออกมาเป็นระยะๆ

 

 "โดยความคิดเห็นส่วนตัว อาจจะเป็นการโปรโมททางอ้อมของผู้จัดบางคนที่อยากสร้างกระแสให้ดาราของตนเองก็ได้ หรือบางทีผู้ปล่อยข่าวเป็นผู้ทำเองเพราะอยากขายข่าวเพื่อเพิ่มยอดขายมากกว่าครับ" อาจารย์สรุปประเด็นนี้ให้พิธีกรและผู้ชมทางบ้านฟัง

 

 "ต้องขอขอบคุณอาจารย์มากครับสมแล้วที่เป็นอาจารย์ให้กับลูกศิษย์คนดังในวงการมากมายอาทิเช่นผู้กำกับมีชัย นักแสดงก้องประเทศ ตอนนี้มีผลงานเจิดจรัสที่ท่านผู้ชมกำลังชมตัวอย่างในขณะนี้" พิธีกรทำการบ้านมาดีและต้องการชมอาจารย์ที่มีลูกศิษย์ลูกหาอยู่ทั่ววงการ มีผลงานคุณภาพคับแก้วอย่างมากมาย

 "เรื่องแบบนี้ทางคุณกล่าวเกินไปสำหรับผมเองต้องขอขอบคุณอาจารย์เปโช เดอแตมป์ ที่ช่วยอบรมสั่งสอนผมมาตลอดเช่นกัน ที่ผมได้ดีอย่างทุกวันนี้เพราะผมไม่เคยลืมคำสอนของบุคคลเหล่านั้นเลยครับ"

 

 "คุณเปโช เดอแตมป์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกคนนั้นเหรอครับ ผมได้ข่าวว่าภาพวาดของท่านราคาแพงติดอันดับโลก แถมมีคนจองก่อนวาดเสียด้วยซ้ำ ไม่แน่นะครับ ผมอาจจะจองภาพวาดของอาจารย์บ้างก็ได้" พิธีกรพูดคุยอย่างเป็นกันเอง

 

 "ระดับผมไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ เอาเป็นว่ามีคนดูภาพผมแล้วชื่นชอบอย่างจริงใจแค่นั้นก็พอ ว่าแต่.....คุณให้ราคาจองเท่าไร" อาจารย์รับมุขพิธีกร

 

 พิธีกรเห็นมุขอาจารย์ที่พูดนอกบทแบบไม่มีเตี๊ยมรู้สึกชอบอาจารย์เป็นการส่วนตัว ส่วนผู้ชมทางบ้านเวลาดูบทสัมภาษณ์รู้สึกชอบเพราะดูเป็นธรรมชาติมาก

 

 

 ขณะที่รายการกำลังออกอากาศอยู่นั้น ภาพในรายการปรากฎอยู่ในดวงตาอันใสของหญิงสาวผู้หนึ่ง เธอผู้นี้มีประวัติการศึกษาดี ประวัติชีวิตไม่มีด่างพร้อย ประวัติการทำงานของเธอ

"ไม่มีคำว่าพลาด"

  เธอดูรายการนี้และจำได้ดีว่าอาจารย์ที่กำลังพูดคุยอย่างเป็นกันเองเป็นคนที่เธอรู้จักดี เป็นคนที่เคยสั่งสอนให้รู้คุณค่าว่าในขีวิตหนึ่งเงินซื้อไม่ได้ทุกอย่าง คนๆนั้นคือ"อาจารย์วิทยา"

 

 ภาพแห่งความทรงจำได้ย้อนเข้ามาหาเธอ วันวารในวันนั้นเป็นวันที่เธอยังเด็กเป็นวันที่เธอกำลังเรียนรู้ถึงชีวิตในวันข้างหน้า  ในวันนั้นเธอเป็นเด็กนักเรียนที่ชอบแกล้งเพื่อน เปิดกระโปรงเพื่อนเล่น ดึงสายยกทรงเพื่อนเล่นบ้าง นึกแล้วรู้สึกขำชีวิตตัวเองในวัยไร้เดียงสา
 
 ในห่วงแห่งชีวิตของความเป็นผู้ใหญ่ เธอได้พบและรู้จักผู้คนมากมาย เส้นทางที่เธอได้เดินผ่านมานั้น บางครั้งได้แวะทักทายผู้คนมากหน้าหลายตา บางคนทำให้เธอหัวเราะ บางคนทำให้เธอร้องไห้ บางคนทำให้เธอเสียใจ บางคนเธออยากเก็บพวกเขาไว้ในความทรงจำและบางคนทำบางอย่างให้เธออยากลืม เธอเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตมากเท่าไรยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าไม่อยากนับถือใครเลยสักคน เหตุผลเพราะวาลิการใช้เงินซื้อได้ทุกอย่าง 


 ยกเว้น อาจารย์วิทยา


 วันนี้วาลิการเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้วพ่อของเธอเดินเข้าสู่การเมืองทำให้เธอมีชื่อเสียงตามพ่อไปด้วย

 

 "คุณวาลิการค่ะ ช่วยหมุนตัวให้พี่ดูหน่อยค่ะ"

 "ขอโทษค่ะใจลอยไปหน่อย เมื่อกี้พี่ว่าอะไรนะคะ"  วาลิการตกใจกับเสียงที่เรียกเธอ

 "ขอโทษค่ะ ช่วยหมุนตัวให้พี่ดูนิดหนึ่งจะได้รู้ว่าชุดนี้เหมาะกับคุณวาลิการไหม"

 

 ช่างเสื้อจับตัวเธอหมุนไปมาอย่างช้าๆ ชุดสีขาวที่แสดงความบริสุทธิ์ ชายกระโปรงที่บานอย่างสวยงาม ทักทอด้วยลายลูกไม้ที่บรรจงเย็บอย่างประณีต วาลิการกำลังย่างเข้าวันที่หญิงสาวอยากจะมีสักครั้งหนึ่งในชีวิต เธอมีหมายกำหนดแต่งงานในอีกสามเดือนข้างหน้า

 

 "ต๊ายยยยยเธอ ถ้าฉันมีรูปภาพของอาจารย์วิทยาสักรูป คงดีไม่น้อยเนอะขายได้หลายแสนแน่" ช่างแต่งหน้าดูทีวีที่เปิดอยู่ในร้าน

 "อย่างหล่อน..ทำงานงกๆเก็บเงินไว้เลี้ยงผู้ชายเถอะย่ะ" ช่างเสื้อพูดไปพร้อมจับตัววาลิการหมุนไปมา

 

 วาลิการเป็นคนไม่ถือสาเรื่องแบบนี้เธอมาที่นี่บ่อยและพอรู้ว่าพวกที่นี้พูดคุยกันอย่างไร
 
 "ดูในทีวีอาจารย์เป็นคนกันเอ๊ง กันเอง ถ้าตัวจริงจะหยิ่งหรือเปล่านะ" ช่างแต่งหน้าหาประเด็นเม้าส์อยู่เรื่อย

 

 "ตัวจริงเป็นแบบนี้ค่ะ พูดจาแบบนี้ตัวแกไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ" วาลิการพูดแทรกเข้ามาเพราะเธอชอบเม้าส์เหมือนกัน

 

 "คุณวาลิการขาาาา  รู้จักอาจารย์ได้ไงค่ะ "

 

 "ภูมิใจเสนอค่ะ ภูมิใจเสนอ แกเคยเป็นอาจารย์สอนวาลิการสมัยเรียนค่ะ" 
 วาลิการภูมิใจที่ในชีวิตยังมีคนดีๆเหลืออยู่สักคน

----------- บทสรุป -------------

วาลิการภูมิใจจริงๆอย่างไม่มีอะไรแอบแฝงเพราะเธอมั่นใจในความดีของอาจารย์
แต่สำหรับผมไม่คิดแบบเธอเพราะเรื่องนี้ไม่ชอบมองโลกในแง่ดี คุณแปลกใจไหมที่อยู่ๆรุ่นพี่มาเข้าเรียนด้วยและอยู่ๆมีนักเรียนโวยวายขึ้นมาเพื่อเรียกร้องให้เป็นจุดสนใจ

คนทุกคนย่อมอยากเป็นที่รักและอยากให้ทุกคนรักเรา แต่การสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างให้ผู้อื่นมาชอบเราเป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่

 

นักศึกษาบางคนเข้ามาเรียนหนังสือเพราะต้องการสร้างประวัติ นักศึกษาพวกนี้จะเลือกเรียนเฉพาะสถานศึกษาที่ดัง บางทีเลือกเรียนเฉพาะอาจารย์ที่มีชื่อเสียง ทุกอย่างที่ต้องทำแบบนี้เพราะต้องการสร้างประวัติ

 

อย่าว่าแต่นักศึกษาเลยสถานศึกษาบางแห่งก็ชอบสร้างประวัติ ยินดียอมขายจรรยาบรรณเพื่อให้บุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาเรียนเพราะรู้ว่าสามารถเอาไปคุยได้ว่ามีบุคคลสำคัญจบจากที่นี้ โดยนักศึกษาที่มีชื่อเสียงก็รู้ตัวแต่ยอมแลกด้วยการขอจบเกรดสูงๆ

ทั้งหมดที่เป็นเช่นนั้นเพราะธุรกิจ

 

สังเกตพวกสร้างประวัติ จะชอบคุยว่าตนเองเคยเป็นอาจารย์ให้กับลูกศิษย์ที่มีชื่อในสังคม นักศึกษาบางคนเข้ามาเรียนเพื่อเอาไปคุยว่าเคยเรียนกับอาจารย์ที่มีชื่อเช่นกัน

แต่จริงๆแล้วอาจารย์บางคนจบมาแบบไม่มีความรู้อะไรมากมาย ลองสังเกตอย่างง่ายๆอาจารย์ชอบอ่านตามหนังสือหรือตามสไลด์ที่เตรียมไว้เวลานักศึกษาถามมักตอบไม่ได้ อันนั้นยังไม่แปลกเท่าไร แต่บางคนขู่นักศึกษาหาว่าหักหน้าอาจารย์ บางคนยิ่งกว่านั้นถ้าให้นักศึกษาพูดนอกทฤษฎีจะว่ากล่าวกับนักศึกษาว่า
นักศึกษาไม่เคารพอาจารย์ผู้สร้างทรษฎี
(เป็นเวรกรรมของนักศึกษาที่เจออาจารย์แบบนี้)

 

ผมจึงไม่แปลกใจเลยว่าอาจารย์หรือหมอบางคนยอมโฆษณาสินค้าบางอย่างที่ไม่เหมาะสมกับอาชีพที่ตนเองยืนอยู่ ปัจจุบันจึงเป็นธุรกิจไปหมดเพราะคำว่าเงินเพียงคำเดียว เราจึงเห็นสถานศึกษารับนักศึกษาเยอะๆอาจารย์เอาแต่สอนโดยอ่านตามหนังสือ โดยมีนักศึกษานั่งมองหน้าอาจารย์ เวลาออกข้อสอบอาจารย์ออกอย่างง่ายๆแถมมีบางคนยอมขายข้อสอบให้นักศึกษาก็มี

 

คนบางคนเข้ามาเรียนเพื่อสร้างประวัติเท่านั้น ประวัติพวกนี้ไม่มีอะไรมากเช่น
จบจากสถานศึกษาที่มีชื่อเสียง โดยจบมามีเกรดสูง (ชอบโม้ว่าตนเองเคยเรียนกับบุคคลที่มีชื่อเสียง)
-ทำงานโดยยึดอาชีพที่ดูน่าเชื่อถือเช่นอาจารย์ตามสถาบันมีชื่อ แพทย์บางสาขา ที่ปรึกษาในบริษัทต่างๆ (ประวัติการทำงานไม่มีด่างพร้อย)
--ถ้าหน้าตาดีอาจเข้าวงการบันเทิง(ประมาณว่าเป็นดาราแต่มีมันสมอง)
---สุดท้ายเป็นนักการเมือง

 

สิ่งที่กล่าวมาทุกอย่างจึงเป็นการแลกเปลี่ยนแบบหมูไปไก่มาระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา โดยยึดถือหลักธุรกิจแบบ WiN wIN

 

ในเรื่องนี้วาลิการซื้ออาจารย์ไม่ได้เพราะมูลค่าของเธอยังไม่พอที่อาจารย์ยอมแลกด้วย และที่เธอชอบพูดว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างนั้นเพราะสังคมที่พวกเขาเจอเงินซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ


---- ของแถม ---
* เรื่องของผมมักพิศดาร ทำไมอาจารย์บางคนไม่มีความรู้อย่างแท้จริงแต่สามารถเป็นอาจารย์ได้และสามารถพูดตามหนังสือได้ทุกตัวอักษร
คุณลองอ่านคัมภีร์มหาโกง ตอนที่ 3 และตอนที่ 4 แล้วลองประยุกต์ดูนะครับ
วิธีแก้ เวลาอาจารย์เข้ามาสอนหรือเดินเข้าห้อง ผมขอให้คุณถ่ายรูปอาจารย์หรืออัดวีดีโอไว้ตลอด จะให้ดีขึ้นติดกระจกส่องให้เห็นรอบห้องหน่อยก็ดีครับ

 

--------------------------------------------------------------------------
ถ้าคุณชอบบทความนี้ ช่วยอ่านบทความในเวปนี้ด้วยครับ มีลิงค์บทความให้อ่านอีกมากมาย
http://scbbadth.tripod.com หรือ http://www.geocities.com/scb100yr หรือ http://board.dmisc.com/talktome และ http://my.dek-d.com/madeinthailand เหมือนกันหมดครับ
---------------------------------------------------------------------------
ตอนนี้ผมว่างงาน ผมทำงานหรือใช้ชีวิตทำงานแบบปกติไม่ได้เพราะธนาคารไทยพาณิชย์ ผมเลยคิดว่าอยากเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย นิทาน หากผู้ใดอ่านแล้วชื่นชอบแล้วอยากซื้อ เหมือนเราซื้อหนังสือ แต่เปลี่ยนจากหนังสือเป็นเว็บแทน ยินดีรับเงินจากผู้อ่านตามนี้ครับ หรือใครอยากอ่านเฉยๆไม่อยากให้เงิน ผมก็ยินดีเพราะของฟรีมีในโลกครับ ขอให้อ่านก็พอ

 

ขอยืนยันอีกครั้งว่านี้ไม่ใช่การบริจาคหรือขอเงินแต่เป็นการใช้สมองของผู้เขียนขายบทความทางเว็บเท่านั้น

 

แก้ไขเลขที่บัญชีใหม่
ธนาคาร ไทยธนาคาร
สาขา ย่อยจักรวรรดิ
เลขที่บัญชี 068-2-04705-4
ชื่อไทย นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์
ชื่ออังกฤษ MR.NOBNUTPONG SURIYAROJ

ผมจะไม่ฆ่าตัวตายและชีวิตผมไม่ชอบแช่งใคร เพราะมีคนเคยสอนว่าไม่ดี แต่วันนี้ผมขอสาปแช่งว่า ผู้ใดที่กระทำให้ นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ เป็นผู้ที่ลำบากกายหรือลำบากใจอย่างปัจจุบันนี้ ในทางตรงหรือทางอ้อม หรือ เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง โดยมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาแต่รู้ตัวก็ตาม โดยไม่รับผิดชอบหรือวางเฉยและไม่บอกกล่าวให้นายนบณัฐพงศ์ สุริยาโรจน์ได้รับทราบตลอดไปผมขอให้ผู้นั้นทั้งตระกูลพินาศและขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์พินาศด้วยเช่นกัน

 

 * ผมเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้ครับ แต่อย่าลงรูปนะครับเพราะจะทำให้การดึงข้อมูลช้าได้

Post Comment

Entry 2 of 24
Last Page | Next Page